กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 787) โครงการฟื้นฟูอาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ

  • 4 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

เมื่อเป็นนักกิจกรรม คิดสร้างสรรค์กิจกรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ จะอยู่ที่ไหนก็เป็นกิจกรรมได้ทั้งหมด ยิ่งยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์ การทำงานง่ายขึ้น คล่องขึ้น สะดวกสบายขึ้น การรังสรรค์กิจกรรมจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป การบริหารกิจกรรมผ่านสื่อโซเชียลจึงเป็นศาสตร์และศิลป์ที่นำมาใช้ในทุกกิจกรรม จะเป็นงานนวกรรม หรืองานวรรณกรรม ก็อาศัยสื่อโซเชียล เชื่อมประสานจนงานสำเร็จลงด้วยความเรียบร้อยดีงามทุกประการ ขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรทุกท่านที่มีส่วนช่วยในการรังสรรค์ “อาศรมสถาน” แห่งนี้ …………………………………………………….

ในการจัดทำโครงการฟื้นฟูอาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์ จากคุณแม่บัว พงษ์มา-ไชยเชษฐ์ ปวารณารับเป็นรองประธานโครงการฯ และขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตร “ดร.(กิตติ์)วิภาวดี มิลล์ ” ประธานชมรมคนรักผมเกล้าแห่งประเทศไทย ปวารณารับเป็นเจ้าภาพร่วมอุปถัมภ์โครงการฟื้นฟูอาศรมพอเพียงภิรมย์ รวมถึงอาสาสมัครโครงการ ได้แก่ พระบุญเลิศ จะแฮ นิสิตอาสาสมัคร นายธนพล ภัทรธนากรกุล อาสาสมัคร และนายพงศ์พณิช ศันสนะพงศ์ (พี่หนานรัณ) อาสาสมัคร

………………………………………

“พอเพียงภิรมย์อาศรมสถาน” บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ณ ตำบลพญาเย็น อำภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ( ครบ 12 ปี โครงการวิจัยปริญญาเอก : กระบวนการทางปัญญา การพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา)

…………………………………….

พอเพียงภิรมย์โมเดล

……………………………………..

ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ ผู้คนอาศัยกันแบบระบบเครือญาติที่เหนียวแน่น เป็นชุมชนบ้านสวนที่มีความสงบสันติ มีที่ดินและแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรเพื่อลดรายจ่ายของครัวเรือน มีตลาดสำหรับระบายสินค้า มีแหล่งเรียนรู้มากมายในบริเวณใกล้เคียง แต่การปฏิบัติของชาวบ้าน ชาวสวนกลับสวนกระแสสังคมและสถานการณ์ทุนทางสังคมที่หลากหลายอย่างน่าใจหาย ติดอยู่ในวงจรอุบาทก์คือ โง่ จน เจ็บ เพราะหลายครอบครัว ไม่มีที่ ไม่มีทุน ไม่มีทีม ไม่มีผู้รู้ให้คำปรึกษา การศึกษาน้อย ไม่มีอาชีพ ไม่มีต้นแบบที่ดีงาม หากชาวบ้านที่นี่ได้รับการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องมีสัมมาทิฏฐิ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาชีวิตเป็น ก็น่าจะลดภาระปัญหาครอบครัว ปัญหาการพนันไพ่ หวย และการพนันบอล ปัญหาเสพติด ปัญหาชุมชน และปัญหาเครือญาติลงได้อย่างมาก ซึ่งปัญหาเรื้อรังเหล่านี้มีมานับเป็นศตวรรษ ส่งผลให้ลูกหลานขาดความอบอุ่น ขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดอาชีพและรายได้หลัก ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มีแนวความคิดที่จะสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้กับคนในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการวิจัย“การพัฒนาเยาวชนและครอบครัวต้นแบบเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา ด้วยการสร้างศูนย์สาธิตบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน ชุมชนบ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาขึ้นโดยที่พิจารณาเห็นว่าจะเริ่มจากครอบครัวในชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งอาศรมพอเพียงภิรมย์ ทั้ง ๒๒ ครอบครัวก่อนเป็นเบื้องต้น เพื่อรังสรรค์ให้เป็นครอบครัวต้นแบบ พอเพียง พออยู่พอกิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีคุณธรรมด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ช่วยเหลือแบ่งปันกันและดูแลกัน ลด ละ และเลิกการบริโภคเหล้า บุหรี่ และการพนันอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่จะขยายผลไปสู่ครอบครัวอื่น หรือชุมชนอื่นอย่างยั่งยืนต่อไป

กิจกรรมที่ผู้เขียนได้ร่วมดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นต้นมา เป็นผลงานที่สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ และการพัฒนากลุ่มเยาวชนในชุมชน และองค์กรศูนย์การเรียนรู้ สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้เขียนเป็นอย่างมาก โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดังรายละเอียดกิจกรรมต่อไปนี้ (๑) กองงานบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน(Division of Baansuan-porpeangphirom for king and Livelihood) เป็นการส่งเสริมอาชีพโดยเฉพาะตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกิจกรรมดังนี้ (๑) เริ่มต้นด้วยปฏิบัติการออมดิน ออมน้ำ ออมพืชผัก ออมต้นไม้ตามศาสตร์พระราชา (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการทำการเกษตรเพื่อการยังชีพ เพื่อการค้าขาย กล่าวคือ กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน (๓) ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ อาทิ การทำยาหม่องไพล เครื่องเทศอบแห้ง เครื่องต้มยำอบแห้ง การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำดอกอัญชัญ น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย เป็นต้น (๔) การรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพที่สุจริต สร้างรายได้ครัวเรือน (๖) จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ผักและสมุนไพรพื้นบ้าน สวนผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ (๗) พัฒนาศักยภาพชาวบ้านให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง และพึ่งพาตนเองได้ เป็นการปฏิบัติบูชาตามรอยพระยุคลบาทแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคณะทำงานจะพัฒนาให้เป็น”ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา” (๒) กองงานอาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ (Division of Asom-porpeangphirom for Human Resource Development and Social of learning According to Buddhist way of life) ดำเนินการอบรมศีลธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนาในชุมชน และสมาชิกโครงการให้แน่นแฟ้นทางธรรมะยิ่งขึ้น มีภูมิคุ้มกันทางความคิด การปฏิบัติ และการดำเนินวิถีชีวิตอย่างไม่ประมาท ตามหลักการที่ว่าร่วมกันรังสรรค์ชีวิตบนฐานของธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม อันจะเป็นการสืบสานปณิธานธรรมพระมหาเถระได้เป็นอย่างดี โดยมีกิจกรรมดังนี้ (๑) จัดอบรม/ปฏิบัติธรรมตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน ๑๒ ประการ ของพระพรหมคุณาภรณ์(ปอ.ปยุต ปยุตโต) (๒) จัดอบรม/ปฏิบัติธรรมตามหลักอาณาปานสติ ตามแนวทางของพระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาสภิกขุ) (๓) จัดสร้างหอสวดมนต์ ศาลาปฏิบัติธรรม หอไตร ลานธรรมะเอกเขนก (๔) แหล่งเรียนรู้ธรรมะและการบริการวิชาการ อาทิ –โครงการต้นไม้พูดได้ -โครงการธรรมะในสวน –โครงการลานธรรมะเอกเขนก (๕) ศูนย์กลางการพัฒนาครอบครัวระดับรากหญ้าให้พึ่งพาตนเอง (๖) รังสรรค์สถานที่ให้เป็นรมณียสถานอันทรงคุณค่าของชุมชนและเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาจิตใจ เป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะและแหล่งเรียนรู้ธรรมะตามอัธยาศัย (๗) ห้องสมุดธรรมะสิกขาลัย (๘) จัดสร้างกุฏิ ที่พักพระสงฆ์ สามเณร และที่พักผู้ปฏิบัติธรรม อาสาสมัครโครงการ (๙) จัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระเครื่องและของสะสม โดยที่คณะทำงานได้ดำเนินการให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมเฉลิมพระเกียรติ” (๓) กองทุนมหาวิชชาลัยธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม (Division of Mahawichalai-Thamma Fund for Development live and social) เป็นการระดมทุนเพื่อการพึ่งตนเองขององค์กร ทั้งรูปของการระดมทุนด้านเงินงบประมาณ ด้านเมล็ดพันธุ์พืชผัก และด้านเอกสารทางวิชาการที่ตกผลึกเป็นองค์ความรู้ โดยมีวัตถุประสงค์และหน้าที่ดังนี้ (๑) เพื่อเป็นทรัพยากรในการสนับสนุนกิจกรรมการเผยแผ่ธรรมะทุกรูปแบบ (๒) สนับสนุนกิจกรรม การพัฒนาศักยภาพสมาชิก อาสาสมัคร อบรม ประชุม ศึกษาดูงาน (๓) เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกและอาสาสมัคร ด้านปัจจัย ๔ (๔) กองงานวิชาการและสารสนเทศ (Division of Academic and Information) เป็นกองงานที่ดำเนินการบริการด้านข้อมูล ข่าวสารสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกโครงการและการบริการข้อมูลทางวิชาการสู่สาธารณประโยชน์ โดยมีหน้าที่ดังนี้ (๑) จัดทำการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนเป้าหมายในตำบลพญาเย็น ทั้ง ๑๖ ชุมชน และตำบลอื่นๆ (๒) จัดทำห้องสมุดธรรมะสิกขาลัยและศูนย์บริการสารสนเทศ (๔) จัดประชาสัมพันธ์ facebook web-site แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ ปัจจุบันการดำเนินการโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๘/๒ หมู่ที่ ๗ บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างการวางระบบงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะชน ทั้งศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา ศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์ฯ โดยการขยายพื้นที่ดำเนินการออกไปให้กว้างขวางสามารถรองรับงาน รองรับคน รองรับกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น อนึ่ง ในปัจจุบันสถานที่สำหรับดำเนินการจัดตั้งอาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ และศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์อยู่ระหว่างการเช่าซื้อที่ดินทั้งสิ้น ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๗๐ ตารางวา ในราคาไร่ละ ๒ แสนบาท ชำระไปแล้วจำนวน ๒ ไร่ ๑ งาน ค้างชำระ ๖ ไร่ ๑ งาน ๗๐ ตารางวา เพื่อให้การขับเคลื่อนงานธรรมะห่มชุมชน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะเฉลิมพระเกียติ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา ศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามโครงการการพัฒนาเยาวชน ครอบครัวรต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์และเป็นต้นแบบแห่งความดีงามเพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ

อัลบั้มภาพ

`