กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 912) โครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ สู่มหาวิชชาลัยธรรมะ โดยความร่วมมือ (1) วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (2) มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส

  • 3 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

อารามสะอาดตา พาประชาสะอาดใจ ร่วมกันพัฒนาวัดให้เป็นรมณียสถาน ตามหลักการที่ว่า พัฒนาวัด พัฒนามนุษยชาติ

…………………………………………………..

โครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ สู่มหาวิชชาลัยธรรมะ

…………………………………………………..

โดยความร่วมมือ (1) วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (2) มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส (3) มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร (ประเทศไทย)

……………………………………………………

การสถาปนาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส คณะสงฆ์วัดศรีโสดา พระอารามหลวง คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร โดยใช้หลักการธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล ที่ว่า “หลักการธรรมจาริกสังฆวิหาร” Dhammajarika Sanghavihara Model) โดยมีแนวคิดมาจาก “หลักชาวพุทธ ภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาการแหงชีวิตและสังคม” ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุต ปยุตฺโต) มีวิสัยทัศน์ในการสถาปนาวัด : สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม แห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย (Creative Sangha for Creating Society

Of learning according to the Buddhist way of life )

………………………………………………………

หลักการธรรมจาริกสังฆวิหาร ( Dhammajarika Sanghavihara Model) (1) การสร้างสรรค์สังฆะ คือการพัฒนาศักยภาพของคณะทำงานให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ทำงานเป็นทีม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน (2) การสร้างสรรค์สังคม คือ การพัฒนากลุ่มคนให้เป็นสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็ง สังคมแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน สังคมแห่งประชาธิปไตย (3) การเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ ให้ตื่นรู้ ไม่ประมาท สำรวมระวังกาย วาจา ใจ (4) วิถีธรรม ปฏิบัติตนตามทำนองคลองธรรม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และ (4) ดำรงตนตามประเพณี วิถีวัฒนธรรมไทย สู่การ “สถาปนาสังฆวิหาร” คือ การสร้างสรรค์สถานที่ ที่อยู่ ที่ปฏิบัติศาสนกิจ ที่พัฒนาศักยภาพ ให้เป็นสัปปายะธรรมสถาน เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของกลุ่มคนทุกกลุ่ม สมดังพระบาลี “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” แปลความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น (ศีล) งามในท่ามกลาง (สมาธิ) และงามในที่สุด (ปัญญา) เถิด…ดังนี้เป็นต้น "เพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติหรือคนไทยในต่างแดน ได้พากันตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ คือ ช่วยทำให้เขาได้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกทางใจ จะได้มีแสงสว่างจากพระธรรม เป็นเครื่องส่องทางชีวิต เป็นการช่วยสร้างและช่วยเพิ่มสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลกด้วย เมื่อมีผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในไตรสรณคมณ์ ตั้งมั่นอยู่ในศีลและการปฏิบัติวิปัสสนา ก็จะเป็นศาสนบุคคลที่ดี เมื่อพวกเขาได้เข้าใจและซาบซึ้งในศาสนธรรมดีแล้ว ด้วยแรงศรัทธาในพระรัตนตรัยที่พวกเขามี พวกเขาจะร่วมมือกันหาทางก่อสร้างวัดไทยขึ้นมาเอง แล้วก็จะทำให้วัดไทยในต่างแดนมีเพิ่มขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัยที่ตั้งอยู่ในดวงใจของพวกเขาโดยแท้" โดยมีภารกิจ 4 ประการ คือ (1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) ประสานและพัฒนาสังคม (3) อบรมธรรมะ และวิชาการ (4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน

………………………………………………………..………

คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้ศึกษาหลักการและการปฏิบัติเพื่อเป็นทิศทางการปฏิบัติสังฆกรณียกิจทั้งปวงในต่างประเทศ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านได้นิพนธ์หลักการ หลักชาวพุทธ ดังประมวลค่อไปนี้ “การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ : หลักชาวพุทธ 12 ประการ”

คำว่า “ชาวพุทธ” มิใช่เป็นถ้อยคำที่พึงเรียกขานกันอย่างเลื่อนลอย บุคคลที่จะเรียกได้ว่าเป็น “ชาวพุทธ” จะต้องมีหลักการ มีคุณสมบัติประจำตัวและมีมาตรฐานความประพฤติ ที่รองรับ ยืนยัน และแสดงออกถึงความเป็นชาวพุทธนั้น

หลักการและปฏิบัติการที่เรียกว่า “หลักชาวพุทธ” ดังต่อไปนี้ เป็นภูมิธรรมขั้นพื้นฐานของชาวพุทธ ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในหลักการและดำเนินตามปฏิบัติการนี้ นอกจากเป็นชาวพุทธสมแก่นามแล้ว จะมีชีวิตที่พัฒนาก้าวหน้างอกงาม และช่วยให้สังคมเจริญมั่นคงดำรงอยู่ในสันติสุข เป็นผู้สืบต่อวิถีชาวพุทธไว้ พร้อมทั้งรักษาธรรมและความเกษมศานต์ให้แก่โลก

“หลักชาวพุทธ” อันพึงถือเป็นบรรทัดฐาน มีดังต่อไปนี้

“หลักการ”

๑. ฝึกแล้วคือเลิศมนุษย์ :ข้าฯ มั่นใจว่า มนุษย์จะประเสริฐเสิศสุด แม้กระทั่งเป็นพุทธะได้ เพราะฝึกตนด้วยสิกขา คือ การศึกษา

 ๒. ใฝ่พุทธคุณเป็นสรณะ : ข้าฯ จะฝึกตนให้มีปัญญา มีความบริสุทธิ์และมีเมตตากรุณา ตามอย่างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 ๓. ถือธรรมะเป็นใหญ่ : ข้าฯ ถือธรรม คือความจริง ความถูกต้อง ดีงาม เป็นใหญ่ เป็นเกณฑ์ตัดสิน

 ๔. สร้างสังคมให้เยี่ยงสังฆะ : ข้าฯ จะสร้างสังคมตั้งแต่ในบ้านให้มีสามัคคี เป็นที่มาเกื้อกูลร่วมกันสร้างสรรค์

 ๕. สำเร็จด้วยกระทำกรรมดี : ข้าฯ จะสร้างความสำเร็จ ด้วยการกระทำที่ดีงามของตน โดยพากเพียรอย่างไม่ประมาท

---------------------------------------------

“ปฏิบัติการ”

ข้าฯ จะนำชีวิต และร่วมนำสังคมประเทศชาติ ไปสู่ความดีงาม และความสุขความเจริญ ด้วยการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

ก) มีศีลวัตรประจำตน

1. บูชาบูชนีย์ มีปกติกราบไหว้ แสดงความเคารพ ต่อพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูอาจารย์ และบุคคลที่ควรเคารพ

2. มีศีลห่างอบาย สมาทานเบญจศีลให้เป็นนิจศีลคือหลักความประพฤติประจำตัว ไม่มืดมัวด้วยอบายมุข

3. สาธยายพุทธมนต์ สวดสาธยายพุทธวจนะหรือบทสวดมนต์โดยเข้าใจความหมาย อย่างน้อยก่อนนอนทุกวัน

4. ฝึกฝนจิตด้วยภาวนา ทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส เจริญสมาธิ อันค้ำจุนสติที่ตื่นตัวหนุนปัญญาที่รู้ทั่วชัดเท่ากัน และอธิษฐานจิตเพื่อจุดหมายที่เป็นกุศล วันละ ๕-๑๐ นาที

ข) เจริญกุศลเนืองนิตย์

5. ทำกิจวัตรวันพระ บำเพ็ญกิจวัตรวันพระด้วยการตักบาตร หรือแผ่เมตตา ฟังธรรม หรือ อ่านหนังสือธรรม โดยบุคคลที่บ้าน ที่วัด ที่โรงเรียน หรือทำงาน ร่วมกันประมาณ ๑๕ นาที

6. พร้อมสละแบ่งปัน เก็บออมเงินและแบ่งมาบำเพ็ญทาน เพื่อบรรเทาทุกข์ เพื่อบูชาคุณ เพื่อสนับสนุนกรรมดี อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

7. หมั่นทำคุณประโยชน์ เพิ่มพูนบุญกรรม บำเพ็ญประโยชน์ อุทิศแด่พระรัตนตรัย มารดาบิดา ครูอาจารย์ และท่านผู้เป็นบุพการีของสังคมแต่อดีตสืบมา อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

8. ได้ปราโมทย์ด้วยไปวัด ไปวัดชมอารามที่รื่นรมย์ และไปร่วมกิจกรรมทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญของครอบครัว

ค) ทำชีวิตให้งามประณีต

9. กินอยู่พอดี ฝึกความรู้จักประมาณในการบริโภคด้วยปัญญา ให้กินอยู่พอดี

10. มีชีวิตงดงาม ปฏิบัติกิจส่วนตน ดูแลของใช้ของตนเอง และทำงานของชีวิต ด้วยตนเอง ทำได้ ทำเป็น อย่างงดงามน่าภูมิใจ

11. ไม่ตามใจจนหลง ชมรายการบันเทิงวันละไม่เกินกำหนดที่ตกลงกันในบ้าน ไม่มัวสำเริงสำราญปล่อยตัวให้เหลิงหลงไหลไปตามกระแสสิ่งล่อเร้าชวนละเลิง และมีวันปลอดการบันเทิง อย่างน้อยเดือนละ ๑ วัน

12. มีองค์พระครองใจ มีสิ่งที่บูชาไว้สักการะประจำตัว เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย และตั้งมั่นอยู่ในหลักพุทธ

(อ่านต่อเพิ่มเติมhttps://www.vitheebuddha.com)

…………………………………………………………..

“พระกรุณาในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” ด้วยหลักการและการปฏิบัติดังกล่าว คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส เมืองSun Valley California USA. จึงได้กำหนดเป็นแนวทางประการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อความผาสุกของมหาชน ในพรรษากาล ๒๕๖๔ คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้รับพระกรุณาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงโปรดประทานผ้าพระกฐิน ทอดถวายแก่ภิกษุผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส และได้รับพระกรุณาถวายพระนามพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมบรมจักพรรดิ์ ทรงเครื่องสีขาว เพื่ออัญเชิญมากประดิษฐาน ณ ลานธรรมสภา ในโอกาสนี้ นางสมหมาย อยู่คง คหบดีจากร้านบางกอกสปา ได้กราบทูลขอพระกรุณา ขอประทานน้ำสรงและผ้าไตรในการสมโภช ทรงพระกรุณาตามที่ขอประทานกราบทูลทุกประการ นับเป็นพระกรุณาที่หาที่สุดมิได้ต่อคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ……………………………………………

“สำนึกในพระกรุณา” ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อเป็นการสนองพระเดชพระคุณในเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่ทรงมีต่อคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ในปีนี้ทางคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ร่วมกับสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ จึงกำหนดจัดทำโครงการโรงทานตามพระดำริ และพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช ขึ้น ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๕

……………………………………………….

โดยมีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช (2) พัฒนาภูมิสถาปัตย์ ให้เป็นศูนย์รวมทางจิตใจ (3) เพื่อจัดทำโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช

…………………………………………………

กิจกรรมหลักๆๆ ๒ กิจกรรม คือ (1) มุ่งพัฒนาธรรมสถานให้เป็นรมณียสถาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย ชาวพุทธ เป็นที่ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นที่ปฏิบัติธรรม สนทนาธรรม เป็นที่ประชุมสัมมนา อบรมต่างๆ เป็นที่พักผ่อนของสังฆบริษัท ได้แก่ (1.1) ปรับปรุงวิหาร (1.2) ปรับปรุงห้องสมุด (1.3) ปรับปรุงหอฉัน (1.4) ปรับปรุงลานธรรมสภา (1.5) ปรับปรุงลานธรรมคีตศิลป์ (1.6) ปรับปรุงสวนหย่อม (1.7) ปรับปรุงมุมบริการน้ำดื่มชุมชนเพื่อสุขภาพดี ฯลฯ (2) จัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ทางคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้กำหนดให้มีกิจกรรมตามพระดำริมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด สืบมายังดำเนินการอยู่ที่วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (2.1) จัดมุมบริการน้ำดื่มชุมชนเพื่อสุขภาพดี (2.2) มุมบริการน้ำชากาแฟ และ (2.3) บริการอาหารกลางวัน(หลังภัตตาหารเพล)ทุกวัน สำหรับผู้ที่แวะเวียนไปมายังวัดไทยสุชาดาฯ

……………………………………………………..

ระยะเวลาดำเนินการ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2565

……………………………………………………..

กระบวนการดำเนินการ (1) ประชุมคณะทำงาน หารือประเด็น กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรม (2) ร่างหลักการ รายละเอียดกิจกรรม โครงการ (3) กำหนดกิจกรรม วิธีการ มอบหมายงาน ประสานผู้เกี่ยวข้อง (4) ปฏิบัติการตามแผนงานที่กำหนด (5) สรุปผลการดำเนินการ

………………………………………………………

สถานที่ดำเนินการ วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร 11029 Fenway Street ,Sun Valley California

อัลบั้มภาพ

`