กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 956) “พระสงฆ์ในอาราม กระทำกฐินัตถารกิจ กรานผ้าพระกฐิน” “อัตถตัง ภันเต สังฆัสสะ กฐินัง ธัมมิโก กฐินัตถาโร อนุโมทะถะ”

  • 3 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

“พระสงฆ์ในอาราม กระทำกฐินัตถารกิจ กรานผ้าพระกฐิน” “อัตถตัง ภันเต สังฆัสสะ กฐินัง ธัมมิโก กฐินัตถาโร อนุโมทะถะ”

………………………………..

คณะสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2565 )

………………………………..

หลักการ+ภาคปฏิบัติ

....กฐิน (บาลี: กฐิน) เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนแล้ว สามารถรับมาเปลี่ยนผ้านุ่งห่มได้ โดยคำว่าการทอดกฐินหรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ

....อปโลกน์กฐิน หมายถึง การที่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งบอกกล่าวเสนอขึ้นในที่ประชุมสงฆ์ถามความเห็นชอบว่าควรมีการกรานกฐินหรือไม่ เมื่อเห็นชอบร่วมกันแล้วจึงหารือกันต่อไปว่าผ้าที่ทำสำเร็จแล้วควรถวายแก่ภิกษุรูปใด การปรึกษาหารือการเสนอความเห็นเช่นนี้เรียกว่า อปโลกน์ (อ่านว่าอะ-ปะ-โหลก) เมื่ออปโลกน์เสร็จแล้วจึงต้องสวดประกาศเป็นการสงฆ์จึงนับเป็นสังฆกรรม

....พิธีกรานกฐิน กรานกฐินเป็นพิธีฝ่ายภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะ คือภิกษุผู้ได้รับมอบผ้ากฐินนั้นนำผ้ากฐินไปทำเป็นไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งโดยการเปลี่ยนดังนี้

....ผู้รับผ้ากฐินถอดผ้าเก่า อธิษฐานผ้าใหม่ที่ตนได้รับนั้นเข้าชุดเป็นไตรจีวร ครั้นแล้วภิกษุผู้รับผ้ากฐิน นั่งคุกเข่าตั้งนะโม ๓ จบ แล้งเปล่งวาจาในท่ามกลางชุมนุมสงฆ์นั้น ตามลักษณะผ้าที่กรานดังนี้

          ถ้าเป็นผ้าสังฆาฏิ เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมายะ สังฆาฏิยา กฐินัง อัตถรามิ” (ว่า ๓ หน)

          ถ้าเป็นผ้าอุตตราสงค์ เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมายะ อุตตราสงค์ กฐินัง อัตถรามิ” (ว่า ๓ หน)

          ถ้าเป็นผ้าอันตราวาสก เปล่งวาจากรานกฐินว่า "อิมายะ อันตราวาสก กฐินัง อัตถรามิ” (ว่า ๓ หน)

     ....ลำดับนั้น สงฆ์นั่งคุกเข่าพร้อมกันแล้วกราบพระ ๓ หน เสร็จแล้วตั้งนะโมพร้อมกัน ๓ จบ แล้วผู้ได้รับกฐินหันหน้ามายังกลุ่มภิกษุสงฆ์กล่าวคำอนุโมทนาประกาศว่า

      "อัตถตัง อาวุโส สังฆัสสะ กฐินัง ธัมมิโก กฐินัตถาโร อนุโมทามิ ว่า ๓ จบ คำว่า "อาวุโส"นั้น ถ้ามีภิกษุรูปอื่น ซึ่งมีพรรษาแก่ว่าภิกษุผู้ครองกฐิน แม้เพียงรูปเดียวก็ตามให้เปลี่ยนเป็น "ภันเต" ต่อจากนั้น สงฆ์ทั้งปวงรับว่า "สาธุ" พร้อมกันแล้ว ให้ภิกษุทั้งปวง อนุโทนา เรียงองค์กันไปทีละรูป

ว่า "อัตถตัง ภันเต สังฆัสสะ กฐินัง ธัมมิโก กฐินนัตถาโร อนุโมทามิ" (ว่า ๓ จบ) สงฆ์ทั้งปวงรับว่า "สาธุ"พร้อมกัน ทำดังนี้จนหมดผู้ประชุมอนุโมทนา หรือจะว่าพร้อมกันถ้าผู้ครองแก่กว่าทุกรูปในที่ประชุม (ถ้าอนุโมทนา มีพรรษาแก่กว่าสงฆ์ทั้งปวงให้เปลี่ยนคำว่า"ภันเต" เป็น"อาวุโส")

       ....ในการกล่าวคำอนุโมทนานี้ พึงนั่งคุกข่าประนมมือ หันหน้าตรงต่อพระพุทธปฏิมา ว่าพร้อมกันอีก ๓ จบ แต่ให้เปลี่ยนคำว่า"อนุโมทามิ เป็น อนุโมทาน" เป็นอันเสร็จพิธีไปขั้นหนึ่ง

       ....ต่อจากนั้นกราบพระ ๓ หน นั่งพับเพียบ สวดปาฐะ และคาถาเนื่องด้วยกฐิน จบแล้วเป็นอันเสร็จ

พิธีกรานกฐิน ภาคปฏิบัติ

.....ผ้ากฐิน(อาจจะ)ได้มาเต็มไตร ประธานสงฆ์ที่ได้รับมติให้เป็นผู้กราน(เปลี่ยน)จะเลือกผ้าผืนไหนกรานก็แล้วแต่ความจำเป็นหรือเหมาะสม

......สมมติว่าเลือกใช้ผ้าสังฆาฏิเป็นผ้ากราน ก็นำผ้าผืนนั้นออกมาวางขวางไว้บนผ้าไตร

.....จากนั้นทำพิธี ปัจจุธรณ์ คือการ ถอนผ้าเก่า

(คือผ้าสังฆาฎิ)

.....ทำการกราน ผ้าที่เตรียมไว้

.....ทำอธิษฐานผ้าใหม่ โดย พินธุ ที่ผ้า ด้วยสีเขียว คราม โคลน สีดำ พินธุ (ปัจจุบันใช้ปากกาหรือดินสอ พินทุ)เป็นวงกลม เล็ก โบราณว่าเท่่าแววตานกยูง

.....จากนั้นได้ อธิษฐานผ้าใหม่ สามครั้ง ครองผ้าฉลองศรัทธา แล้วกล่าวคำ อนุโมทนา สุดท้ายพระสงฆ์ในที่ประชุมสาธุ และก็อนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี กรานกฐิน

.....พระสงฆ์ที่ได้ครองผ้าและอนุโมทนาจะได้รับอานิสงส์ของการกรานผ้ากฐิน

อัลบั้มภาพ

`