กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,035) กำหนดนโยบาย “ สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข” ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์
เสร็จสิ้นภารกิจวันนี้ กำหนดนโยบาย “ สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข”ส่องดาวเทียมเห็นพื้นที่ที่เราลุยทุกวัน เหมือนจะกว้างขวางมาก แต่ลงจริงก็เดินทั่วทั้งพื้นที่ ราว 10 ไร่ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว วันนี้มีฝนฟ้าคะนอง หลังจากที่ครึ้มหยอกๆๆเรามาหลายวันแล้ว
……………………………………………
สมุนไพรและผักพื้นบ้านปลอดสารศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์” โดยที่คณะกัลยาณมิตรอาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ พิจารณาว่าพืชผักต่างๆ เป็นแหล่งอาหารและเป็นสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคอย่างดีที่ร่างกายต้องการ เมื่อเรากินพืชผักต่างๆ ก็จะช่วยให้ร่างกาย แข็งแรง มีสุขภาพดี การกินพืชผัก ผลไม้ ในปริมาณ ที่เพียงพอ เป็นประจำและต่อเนื่อง จะได้ ธาตุอาหารและสารที่จำเป็นต่อร่างกาย พืชผักจึงเป็นอาหารที่จำเป็นต่อชีวิต กากใยในอาหารในพืชผักจะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายเป็นปกติ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใส อายุยืน ดังนั้น ก่อนที่เราจะลงมือปรุงอาหารรับประทานในแต่ละมื้อ เรามาทำความรู้จักกับสรรพคุณของพืชผักต่างๆ ที่จัดเป็นสมุนไพรชั้นเลิศ ที่อยู่ในครัวของเรา และวิสาหกิจชุมชนบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ “สมุนไพรและผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ จะดำเนินการสร้างผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้
………………………………………….
หลังจากที่เดินขมสถานที่โดยรอบแล้ว ก็มาวาดผัง กำหนดชนิดของพืชพันธุ์ธัญญาหารที่จะปลูก จากนั้นมาทบทวนของเดิมที่เคยปลูกในสวน มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ดังจะประมวลดังนี้
1. ตะไคร้ มีสรรพคุณทางยา เช่น บํารุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลําไส้ทําให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บํารุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับนํ้าใช้ดื่มแก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกคั้นเอานํ้าดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามากๆ ช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทําเป็นยาช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง นํ้ามันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอื่นๆจะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กําจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจากมีกลิ่นที่แรงจึงช่วยทําให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดีมากๆ
2. มะเขือยาว ประโยชน์ทางสมุนไพร ลําต้นและราก แก้บิดเรื้อรัง อุจจาระเป็นเลือด แผลเน่าเปื่อยอักเสบ ใบ แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคหนองใน พอกแผลบวมเป็นหนอง ผลแห้ง ทําเป็นยาเม็ดกินแก้ปวด แก้ตกเลือดในลําไส้ ขับเสมหะ ผลสด ตําพอกแผลอักเสบมีหนอง ขั้วผลแห้ง เผาเป็นเถ้าบดให้ละเอียดกินเป็นยาแก้ตกเลือดในลําไส้ครับ
3. ผักชี มีสรรพคุณ ช่วยย่อย บํารุงกระเพาะอาหาร ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ขับลมขับพิษ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แก้หวัด ขับเหงื่อ แก้หัด
4. ผักบุ้ง มีสรรพคุณถอนพิษเบื่อเมา รากผักบุ้งรสจืดเฝื่อนสรรพคุณถอนพิษผิดสําแดง ผักบุ้งขาว หรือผักบุ้งจีน ช่วยให้เจริญอาหาร เป็นยาถอนพิษ บํารุงธาตุ สรรพคุณของผักบุ้ง โดยเฉพาะผักบุ้งแดง คนที่ชอบเป็นตาต้อ ตาแดง หรือคันนัยน์ตาบ่อย ๆ ตลอดจนมีอาการตาฟ่าฟาง จําพวกคนสายตาสั้น จะทําให้สายตาที่แจ่มใส บํารุงสายตา ทําให้ไม่เป็นโรคกระเพาะ ฯ
5. แตงกวา เป็นผักที่เหมาะกับการกินยามอากาศร้อนเพราะลดความร้อนและช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีสารฟีนอลทําหน้าที่ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น นอกจากนี้ นํ้าแตงกวายังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดอาการนอนไม่หลับ ลดกรดกระเพาะอาหาร แก้กระหายนํ้า และลดอาการโรคเกาต์ โรคไขข้อรูมาติสม์ และอาการบวมนํ้าอีกด้วย
6.กะเพรา(Holy basil) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ขาดเลือดได้
7.กระเจี๊ยบเขียว(Okra) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสามารถในการลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ
8. กระชายดำ(Wild ginger) จัดเป็นยาอายุวัฒนะ ชะลอความแก่ ขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคกระเพาะอาหารแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ
9. กระชาย Boesenbergia pundurata (R0xb) Schitr รากและเหง้ากระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยสารไพนีน แคมฟีน เมอร์ซีน ไลโมนีน บอร์นีออลและการบูร เหง้าและรากของกระชายมีรสเผ็ดร้อนขม หมอยาพื้นบ้านในประเทศไทยใช้เหง้า และรากของกระชายแก้ปวดมวนในท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ลมจุกเสียด แก้โรคกระเพาะ รักษาแผลในปาก แก้ตกขาว กลาก เกลื้อน ใช้เมื่อมีอาการปวดข้อเข่า ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง และใช้บำบัดโรคกามตายด้านอีกด้วย
10. ข่า(Galangal) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีมันหอมระเหย ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
11.ขิง(Ginger) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดเย็น ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
12. ชะพลู(Cha-plu) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน นิยมใช้ห่อ เป็นเครื่องเมี่ยงคำ มีสาร เบต้าแคโรทีน รสชาติเผ็ดเล็ก น้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง
13. ชะอม(Cha-om)จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง นิยมใช้ปรุงอาหารในรูป ชุบไข่ทอด ให้สารอาหารประเภท ฟอสฟอรัส วิตตามินซี เบต้าแคโรทีน สรรพคุณ ช่วยป้องกันมะเร็ง ให้กากใย ช่วยระบบการย่อย และระบบขับถ่าย ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ
14. ดอกขจร(Cowslip creeper) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยกระตุ้นให้รู้รสอาหาร ให้พลังงานสูง ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน
15. ดอกแค(Sesbania) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่กินเพื่อช่วยแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีวิตามินเอสูง บำรุงสายตา
16. ดอกโสนจัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้วิตตามินมีน เกลือแร่ โปรตีน และ ธาตุเหล็ก
17. ต้นหอม (Shallot) จัดพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส สรรพคุณ ช่วย ให้ร่างกายดูดซึมอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ ต้านมะเร็ง
18. ตำลึง(Ivy gourd) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีเบต้าแคโรทีน สรรพคุณ ลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดให้แคลเซียมมีกากใยช่วยระบบการขับถ่าย
19. แตงกวา จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้ประโยชน์ทางยา สรรพคุณ ช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้กระหายน้ำ ใบของแตงกวายัง ช่วย แก้บิดและท้องเสีย ส่วนเถา ช่วยลดความดันของเลือดได้
20. ถั่วแขก จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้วิตตามิน ซี ให้แคลเซียม สรรพคุณ ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน มีธาตุเหล็ก ที่สำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือด
21.ถั่วแปบDolichos lablab L. เป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้สารอาหารทางโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรท (กลูโคส กาแลคโตส และกลูตามิเนส) ไขมันชนิดฟอสฟาไทด์ แร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส สังกะสี รวมไปถึงวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี กรดแพนโรทีนิค
22.ถั่วฝักยาว(Long bean) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีกากใยอาหาร สรรพคุณ ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก บำรุงเลือด
23.ถั่วพู (Winged bean) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสาร ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว และมีวิตตามินซี
24. บวบ จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้คุณค่าทางอาหาร มีฟอสฟอรัส และแร่ธาตุ สรรพคุณ ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน มีธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือด
25. ใบบัวบก (Indian pennywort) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้คุณค่าและสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ลดอาการแพ้ ลดความดันโลหิต แก้ช้ำใน มีแคลเซียม และเบต้า แคโรทีน มีวิตตามิน บี 1 สูงช่วยบำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ
26. ใบแมงลัก(Hairy basil) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ ให้คุณค่าและมีสรรพคุณ ป้องกันโรคมะเร็งช่วยย่อยอาหาร ช่วยระบบการขับถ่าย ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ
27. ผักโขม จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติ เป็นผักใบเขียว ที่สามารถเปลี่ยนเบต้า แคโรทีน ในตัวของมันเองให้เป็น วิตตามิน เอ สรรพคุณ ช่วย ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดนอกจากนี้ ยังให้สารฟอสฟอรัสและแคลเซี่ยม
28. ผักชี(Chinese paraley) จัดเป็นพืชผักสวยงาม นิยมใช้ปรุงอาหารและรับประทานสด ๆ สรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยการสร้างเม็ดเลือดมีแคลเซี่ยมและ ฟอสฟอรัส สูง มีธาตุเหล็ก ขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย แก้หวัด มีวิตามินเอและซีสูง
29. ผักบุ้ง(Water spinach)จัดเป็นพืชผักสมุนไพรที่หาได้ง่าย มีสรรพคุณ ช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง มีเบต้าแคโรทีน และ สามารถเปลี่ยนเป็น วิตตามีน เอ บำรุงสายตา มีธาตุเหล็กบำรุงเลือด มีแคลเซี่ยมและ ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันลดน้ำตาลในกระแสเลือด
30. ผักเสี้ยน จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติ เป็นผักใบเขียว ที่สามารถเปลี่ยนเบต้า แคโรทีน ในตัวของมันเองให้เป็น วิตตามินเอ สรรพคุณ ช่วย รักษาอาการปวดเมื่อย ตามเนื้อตามตัว ขับเสมหะและ ฆ่าพยาธิ และอาการระดูเน่าด้วย
31. พริก (Chilli) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับเหงื่อ
32. มะเขือเทศ(Tomato) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีวิตามินเอสูง วิตามินซี รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และแก้อาการคอแห้ง
33. มะเขือพวง(Plate brush eggplant) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส
34. มะระ(Chinese bitter cucumber) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อน ๆ น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด
35. สะเดา(Neem tree) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ
36. สะระแหน่(Kitchen mint) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีกลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น ทำให้ความคิดแจ่มใส แก้ปวดหัว
37. โหระพา(Sweet basil) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยทำให้โล่งจมูก ช่วยระบายลม มีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม
38. มะกรูด (Kaffir lime) น้ำมะกรูดมีรสเปรี้ยว เปลือกนิยมนำผิวมาประกอบอาหารบางชนิดด้วย ในมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยอยู่มาก มีกลิ่นฉุน ทั้งในใบ และผล บางครั้งสามารถนำไปใช้ไล่แมลงบางชนิดได้ สรรพคุณ แก้ลม บำรุงหัวใจ ยาขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาสระผมหรืออาบ
39. “ฝักเพกา ใช้ต้มหรือเผา ต้องกินสุก” ฝักเพกาที่นำมาใช้เป็นผักนั้น ต้องเป็นฝักอ่อน ซึ่งมีรสขมเล็กน้อย ประโยชน์ด้านอื่นๆของเพกา คุณสมบัติประการสำคัญของเพกานอกจากใช้เป็นผักก็คือ คุณสมบัติด้านสมุนไพร แม้แต่ฝักอ่อนของเพกาที่นำมากินเป็นผักก็มีคุณสมบัติทางสมุนไพร คือช่วยขับลมในลำไส้
40. “ไพล” เป็นพืชสมุนไพร หัวไพลใช้ฝนทาแก้เคล็ดยอก ฟกบวม ทำเนื้อหนังให้เจริญขึ้น ใช้ขับประจำเดือนสตรีน้ำคั้นจากหัวไพลผสมการบูรและน้ำมันเบนซิน ใช้ทาแก้เหน็บชา ชนิดบวมได้ดี ใช้โขลกพอกบาดแผลเป็นยาสมานแผล ใช้หมกไฟคั้นเอาน้ำรับประทานแก้บิด ทางภาคอีสานใช้รับประทาน หัวไพลหั่น 7 แว่นเป็นยาขับลมในลำไส้ ใบ ใช้แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้เมื่อย ดอกใช้กระจายเลือดอันเป็นลิ่มเป็นก้อน รากใช้แก้เลือดกำเดาออกทางจมูก แก้อาเจียน พยาธิสภาพของอาการปวด เคล็ดยอก บวมช้ำ
41.ดอกอัญชัน ในดอกอัญชัน มีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมและนัยน์ตามากขึ้น
มะละกอฮอลแลนด์ - (Holland Papaya)
42.มะละกอ papaya สรรพคุณทางยา ราก รสฉุนเอียนใช้แก้โรคหนองใน ขับเลือด หนองในกระเพาะปัสสาวะ บำรุงไต ก้านใบ มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน กับทั้งฆ่าพยาธิในลำไส้และในกระเพาะอาหาร แก้โรคมุตกิต ระดูขาว เหง้า ตรงที่ฝังดินมีรากงอบโดยรอบ ใช้ทำยาขับและละลายเม็ดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้ผลดี
43.ผักหอมเป หรือ ผักชีฝรั่ง (Stink Weed) มีคุณค่าทางอาหารมาก นำไปกินใบสดหรือใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร ประเภทต้ม ลาบ ก้อย ป่น เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ส่วนคุณค่าทางยา จะได้วิตามินหลายชนิด เช่น วิตามิน ซี, บี 1, บี 2, ไนอาซีน และเบต้า-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นของการสร้างวิตามินเอ
44. กะถิน ยอดและฝักใช้กินเป็นผักสด แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ เมล็ดแก่ กินแก้ขับลม ขับระดูในสตรี บำรุงไตและตับ แก้อาการนอนไม่หลับ เป็นยาอายุวัฒนะ แต่มียูริกสูงต้องห้ามสำหรับคนเป็นโรคเก๊าท์
45. ขี้เหล็ก ใบอ่อน สรรพคุณทางยา แก่นต้นขี้เหล็กนั้นแก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย บำรุงธาตุไฟแก้หนองในและกามโรคในบุรุษ ราก แก้ไข้หัวลม อากาศเปลี่ยนฤดู แก้ปวดเมื่อย เหน็บชา แก้กษัย บำรุงไต ดอก แก้โรคประสาทอาการนอนไม่หลับ แก้หอบหืด บดผสมน้ำฟอกผมบนศรีษะขจัดรังแค เปลือก แก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ แก้โรคเบาหวาน สมานแผลให้หายเร็ว ใบแก่ แก้ถอนพิษ ถ่ายพิษ กามโรค ตำพอกที่แข้งขา มือเท้าที่มีอาการบวมเนื่องจากเหน็บชา ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย กิ่ง-ใบ ทำเป็นยาระบายถ่ายพิษ ขับเสลดในคอ แก้ไข้จับสั่น (มาลาเรีย) ฯ
46. มะรุม ผักอีฮุม นำฝักอ่อนมาแกงใส่ปลาอร่อยนักแล สรรพคุณทางยา เปลือก ถากมาต้มน้ำกินเป็นยาช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ บำรุงธาตุ ราก รสเผ็ด หวานขม ใช้แก้อาการบวมน้ำ บำรุงธาตุไฟ เจริญอาหาร ยอดและฝักอ่อน ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ไข้หัวลม (เปลี่ยนฤดู) ช่วยย่อยอาหาร
47. ขมิ้นชัน (Turmeric, Curcuma) เป็นพืชล้มลุกที่มีอยู่เหง้าอยู่ใต้ดิน มีประโยชน์ในการช่วยดับกลิ่นคาว มีสารสีเหลืองชื่อ เคอร์คูมิน (Curcuma) ฤทธิ์ทางยาแก้ปวดท้อง มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี รักษาอาการนิ่วในถุงน้ำดี รวมทั้งโรคกระเพาะ
48. ใบยานาง คนที่รู้จัก "ใบย่านาง, ใบยานาง" ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนภาคอีสาน หรือชอบกินอาหารอีสาน เพราะใบย่านางมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของแกงหน่อไม้ และซุปหน่อไม้ คงมีหลายคนที่ชอบกินแต่คงไม่ทราบว่าน้ำสีออกดำๆ เขียวๆ ที่อยู่ในซุปหน่อไม้ หรือแกงหน่อไม้นั้นได้มาจากน้ำของ "ใบย่านาง" นั่นเอง






