กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,083) แนวคิดศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร หมู่ที่ 7 บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร
…………………………………..
ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร 118/9 หมู่ที่ 7 บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
……………………………………
Mahawichalaya Dharma Learning Center
A-som Porpiang phirom
Dhammcharika Sanghavihara Foundation
In Huakok Village phayayen District Pakchong sup-District Nakhon Ratchasima Province www.Dhammajarika.org.
…………………………………….
(ติดต่อขอร่วมบุญได้ที่ พระครูพิศาลธรรมจารี 06-1336-3999 ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 549-0-24617-0 ชื่อบัญชี “พระครูพิศาลธรรมจารี”
…………………………………….
โครงการสร้างกระบวนการทางปัญญาพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบ เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา” : สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข ณ ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ชุมชนบ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
……………………………………….
“สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข
๑) สวนผักเพื่อยกระดับการพึ่งตนเองด้านอาหารและพึ่งตนเองด้านอื่นๆ มุ่งเน้นสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย ยกระดับการพึ่งตนเองด้านอาหารของคนในพื้นที่และการพึ่งตนเองด้านอื่นๆ ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสาร สร้างอาหารปลอดภัย กินทุกอย่างที่ปลูกและปลูกทุกอย่างที่กิน ทำงานด้วยความรื่นรมย์ มีสติ มีเพื่อน มีงาน มีเงิน และมีเงื่อนไข
๒) สวนผักเพื่อการบำบัด ต้องการพัฒนาและสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สวนผักเพื่อการบำบัดเยียวยาทั้งในด้าน ร่างกายและจิตใจ โดยใช้พื้นที่สวนผัก/กิจกรรมการปลูกผักเป็นเครื่องมือ ร่วมกับกระบวนการ/กิจกรรมการบำบัดสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้ติดยาเสพติด ติดการพนัน กลุ่มด้อยโอกาส ถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ผ่อนคลายจากความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาอื่นๆที่ต้องเผชิญ
๓) สวนผักเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน มุ่งเน้นขยายการเรียนรู้ไปยังโรงเรียน สถานศึกษา กลุ่มคนหรือองค์กรทำงานด้านเด็กและเยาวชนที่ต้องการนำเรื่องการปลูกผัก/สวนผักไปเชื่อมโยงกับการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนที่มากไปกว่าการสอนให้เด็กและเยาวชนปลูกผักเป็นหรือการมีอาหาร ปลอดภัย แต่ใช้กิจกรรมของสวนผักเป็นเครื่องมือให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติ ที่มาอาหาร ทักษะการทำเกษตร การเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเองโดยเริ่มจากการปลูกผัก และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนบูรณาการกิจกรรมเข้าไปสู่หลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการนำกระบวนการ/หลักสูตรเหล่านี้ ขยายไปยังโรงเรียน สถานศึกษา หรือองค์กรอื่นๆเพิ่มมากขึ้น
๔) สวนผักเพื่อการสร้างพื้นที่ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ของสังคม เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคน ชุมชน องค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจรวมกลุ่มกันปลูกผักแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆที่นอกจาก จะมีผักสำหรับการบริโภคและแบ่งปันแล้ว จะต้องเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำหรับการทำ กิจกรรมสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ หรือวิถีชีวิตทางเลือกอื่นๆของคนเมือง เช่น เป็นพื้นที่ของการพบปะ พูดคุย กิจกรรมสันทนาการสำหรับคนเมือง,เป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยน แบ่งปันผลผลิต ความรู้ เทคนิคต่างๆ หรือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น,พื้นที่การสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะในเมืองเพื่อหมุนเวียนมาใช้ในแปลงผัก,ลดการใช้สิ่งของหรือวิถี ชีวิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซ ลดการบริโภคที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
…………………………………………..
ไตรมาสที่ 2 กำลังจะผ่านไป (พฤศจิกายน 2565-เมษายน 2566) ณ ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ โดยความร่วมมือของมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ในเนื้อที่ 10 ไร่เศษ ก่อนหน้านี้รกเรื้อรุงรัง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ ไม่เหมาะสมกับการเป็นศูนย์การเรียนรู้ฯ เมื่อคิดแผนพัฒนา มีแผนที่จะพัฒนา พื้นที่ดังกล่าวก็ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเพื่อการพึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชาอย่างสวยงาม แม้จะยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ เป็นมรรคเป็นผล แต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์พัฒนาให้สะอาดเรียบร้อย ร่มรื่น ร่มเย็น และเป็นประโยชน์ต่อสังคม บรรยากาศแบบนี้ช่วยดึงสติ สร้างสมาธิ และพัฒนาปัญญา เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมจริงๆ จึงไมอยากไปไหน ถ้าอยู่ได้ อยู่ดี มีผลงานความคืบหน้าก็อยากจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จม้วนเสื่อไปทีเดียวเทียว
……………………………..
ขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรทุกท่าน ทั้งในประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย รังสรรค์ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา สวนผักสร้างสรรค์ สวนธรรมสร้างสุข เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน 12 ประการ เป็นศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนอ่านหนังสือ เขียนตำรา เป็นสถานที่สำหรับนัดพบปะสนทนา ประชุมสัมมนาวิชาการ
…………………………………
ร่างนโยบายการปฏิบัติสังฆกรณียกิจเพื่อสนองปณิธาน เพื่อเป็นแบบอย่าง เป็นแบบแผน เป็นแบบฉบับ แบบปฏิบัติ การสถาปนาศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร โดยความร่วมมือกับมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (สหรัฐอเมริกา) เพื่อการพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศ เป็นนโยบายสำคัญเพื่อเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติสังฆกรณียกิจทั้งในประเทศไทยและระหว่างประเทศ โดยการยึดโยงการปฏิบัติสังฆกรณียกิจน้อยใหญ่เอาฐานคิดมาจากธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล และวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยกำหนดเคลื่อนงาน 3 ส่วน คือ (1) สำนักงานมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ตั้งอยู่ที่ 99/115 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านธนาศิริ รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โทร. 0963254156, 0999798956 โดย อาจารย์ ดร.ธวัช ราษฎร์โยธา สำหรับการประชุมวิชาการ สัมมนา บริจาคเงิน การสรุปบทเรียน การนำเสนอผลงาน ฯลฯ (2) วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสำนักงานสำหรับเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติสังฆกรณียกิจ เป็นศูนย์ประสานงาน ประชุมสัมมนา โดย พระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง (3) ศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม อาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 118/9 หมู่ที่ 7 บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โทร 06-1336-3999 โดย พระครูพิศาลธรรมจารี เลขานุการมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร : การขับเคลื่อนงานโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์เป็นฐานคิด มาจากเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา แต่เดิมพื้นที่บ้านหัวโกรก ผู้คนอาศัยกันแบบระบบเครือญาติที่เหนียวแน่น เป็นชุมชนบ้านสวนที่มีความสงบสันติ มีที่ดินและแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรเพื่อลดรายจ่ายของครัวเรือน มีตลาดสำหรับระบายสินค้า มีแหล่งเรียนรู้มากมายในบริเวณใกล้เคียง แต่การปฏิบัติของชาวบ้าน ชาวสวนกลับสวนกระแสสังคมและสถานการณ์ทุนทางสังคมที่หลากหลายอย่างน่าใจหาย ติดอยู่ในวงจรอุบาทก์คือ โง่ จน เจ็บ เพราะหลายครอบครัว ไม่มีที่ ไม่มีทุน ไม่มีทีม ไม่มีผู้รู้ให้คำปรึกษา การศึกษาน้อย ไม่มีอาชีพ ไม่มีต้นแบบที่ดีงาม หากชาวบ้านที่นี่ได้รับการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องมีสัมมาทิฏฐิ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาชีวิตเป็น ก็น่าจะลดภาระปัญหาครอบครัว ปัญหาการพนันไพ่ หวย และการพนันบอล ปัญหาเสพติด ปัญหาชุมชน และปัญหาเครือญาติลงได้อย่างมาก ซึ่งปัญหาเรื้อรังเหล่านี้มีมานับเป็นศตวรรษ ส่งผลให้ลูกหลานขาดความอบอุ่น ขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดอาชีพและรายได้หลัก ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มีแนวความคิดที่จะสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันให้กับคนในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการวิจัย“การพัฒนาเยาวชนและครอบครัวต้นแบบเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา ด้วยการสร้างศูนย์สาธิตบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน ชุมชนบ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาขึ้นโดยที่พิจารณาเห็นว่าจะเริ่มจากครอบครัวในชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งอาศรมพอเพียงภิรมย์ ทั้ง ๒๒ ครอบครัวก่อนเป็นเบื้องต้น เพื่อรังสรรค์ให้เป็นครอบครัวต้นแบบ พอเพียง พออยู่พอกิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีคุณธรรมด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ช่วยเหลือแบ่งปันกันและดูแลกัน ลด ละ และเลิกการบริโภคเหล้า บุหรี่ และการพนันอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่จะขยายผลไปสู่ครอบครัวอื่น หรือชุมชนอื่นอย่างยั่งยืนต่อไป
กิจกรรมที่ผู้เขียนได้ร่วมดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นต้นมา เป็นผลงานที่สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ และการพัฒนากลุ่มเยาวชนในชุมชน และองค์กรศูนย์การเรียนรู้ สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้เขียนเป็นอย่างมาก โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดังรายละเอียดกิจกรรมต่อไปนี้ (๑) กองงานบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน(Division of Baansuan-porpeangphirom for king and Livelihood) เป็นการส่งเสริมอาชีพโดยเฉพาะตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกิจกรรมดังนี้ (๑) เริ่มต้นด้วยปฏิบัติการออมดิน ออมน้ำ ออมพืชผัก ออมต้นไม้ตามศาสตร์พระราชา (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการทำการเกษตรเพื่อการยังชีพ เพื่อการค้าขาย กล่าวคือ กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน (๓) ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ อาทิ การทำยาหม่องไพล เครื่องเทศอบแห้ง เครื่องต้มยำอบแห้ง การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำดอกอัญชัญ น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย เป็นต้น (๔) การรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพที่สุจริต สร้างรายได้ครัวเรือน (๖) จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ผักและสมุนไพรพื้นบ้าน สวนผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ (๗) พัฒนาศักยภาพชาวบ้านให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง และพึ่งพาตนเองได้ เป็นการปฏิบัติบูชาตามรอยพระยุคลบาทแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคณะทำงานจะพัฒนาให้เป็น”ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา” (๒) กองงานอาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ (Division of Asom-porpeangphirom for Human Resource Development and Social of learning According to Buddhist way of life) ดำเนินการอบรมศีลธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนาในชุมชน และสมาชิกโครงการให้แน่นแฟ้นทางธรรมะยิ่งขึ้น มีภูมิคุ้มกันทางความคิด การปฏิบัติ และการดำเนินวิถีชีวิตอย่างไม่ประมาท ตามหลักการที่ว่าร่วมกันรังสรรค์ชีวิตบนฐานของธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม อันจะเป็นการสืบสานปณิธานธรรมพระมหาเถระได้เป็นอย่างดี โดยมีกิจกรรมดังนี้ (๑) จัดอบรม/ปฏิบัติธรรมตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน ๑๒ ประการ ของพระพรหมคุณาภรณ์(ปอ.ปยุต ปยุตโต) (๒) จัดอบรม/ปฏิบัติธรรมตามหลักอาณาปานสติ ตามแนวทางของพระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาสภิกขุ) (๓) จัดสร้างหอสวดมนต์ ศาลาปฏิบัติธรรม หอไตร ลานธรรมะเอกเขนก (๔) แหล่งเรียนรู้ธรรมะและการบริการวิชาการ อาทิ –โครงการต้นไม้พูดได้ -โครงการธรรมะในสวน –โครงการลานธรรมะเอกเขนก (๕) ศูนย์กลางการพัฒนาครอบครัวระดับรากหญ้าให้พึ่งพาตนเอง (๖) รังสรรค์สถานที่ให้เป็นรมณียสถานอันทรงคุณค่าของชุมชนและเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาจิตใจ เป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะและแหล่งเรียนรู้ธรรมะตามอัธยาศัย (๗) ห้องสมุดธรรมะสิกขาลัย (๘) จัดสร้างกุฏิ ที่พักพระสงฆ์ สามเณร และที่พักผู้ปฏิบัติธรรม อาสาสมัครโครงการ (๙) จัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระเครื่องและของสะสม โดยที่คณะทำงานได้ดำเนินการให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมเฉลิมพระเกียรติ” (๓) กองทุนมหาวิชชาลัยธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม (Division of Mahawichalai-Thamma Fund for Development live and social) ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร มีภารกิจในการระดมทุนเพื่อการพึ่งตนเองขององค์กร ทั้งรูปของการระดมทุนด้านเงินงบประมาณ ด้านเมล็ดพันธุ์พืชผัก และด้านเอกสารทางวิชาการที่ตกผลึกเป็นองค์ความรู้ โดยมีวัตถุประสงค์และหน้าที่ดังนี้ (๑) เพื่อเป็นทรัพยากรในการสนับสนุนกิจกรรมการเผยแผ่ธรรมะทุกรูปแบบ (๒) สนับสนุนกิจกรรม การพัฒนาศักยภาพสมาชิก อาสาสมัคร อบรม ประชุม ศึกษาดูงาน (๓) เพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกและอาสาสมัคร ด้านปัจจัย ๔ (๔) กองงานวิชาการและสารสนเทศ (Division of Academic and Information) เป็นกองงานที่ดำเนินการบริการด้านข้อมูล ข่าวสารสาระที่เป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร สมาชิกโครงการศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ และการบริการข้อมูลทางวิชาการสู่สาธารณประโยชน์ โดยมีหน้าที่ดังนี้ (๑) จัดทำการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนเป้าหมายในตำบลพญาเย็น ทั้ง ๑๖ ชุมชน และตำบลอื่นๆ (๒) จัดทำห้องสมุดธรรมะสิกขาลัยและศูนย์บริการสารสนเทศ (๔) จัดประชาสัมพันธ์ facebook web-site แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ ปัจจุบันการดำเนินการโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๘/๙ หมู่ที่ ๗ บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างการวางระบบงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะชน ทั้งศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา ศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์ฯ โดยการขยายพื้นที่ดำเนินการออกไปให้กว้างขวางสามารถรองรับงาน รองรับคน รองรับกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น อนึ่ง ในปัจจุบันสถานที่สำหรับดำเนินการจัดตั้งอาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ และศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์อยู่ระหว่างการเช่าซื้อที่ดินทั้งสิ้น ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๗๐ ตารางวา ในราคาไร่ละ ๒ แสนบาท ชำระไปแล้วจำนวน ๒ ไร่ ๑ งาน ค้างชำระ ๖ ไร่ ๑ งาน ๗๐ ตารางวา เพื่อให้การขับเคลื่อนงานธรรมะห่มชุมชน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะเฉลิมพระเกียติ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชา ศูนย์การเรียนรู้บ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามโครงการการพัฒนาเยาวชน ครอบครัวรต้นแบบให้พึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์และเป็นต้นแบบแห่งความดีงามเพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ในการจัดทำศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริกลอสแองเจลิส วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร(สหรัฐอเมริกา) ณ ชุมชนบ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จะดำเนินการเปิดป้ายอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ณ อาศรมพอเพียงภิรมย์ บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
……………………………………….
ศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม อาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส โครงการวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร
…………………………………….
ณ อาศรมพอเพียงภิรมย์ บ้านหัวโกรก ดำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 4 ธันวาคม 2565
…………………………………….
ความเป็นมา โครงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม ณ อาศรมพอเพียงภิรมย์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ ได้ก่อเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ของคณะสงฆ์ ในนามของพระธรรมจาริก วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช 2559 การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม ขับเคลื่อนกิจกรรมตามหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล คือ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ประสานและพัฒนาสังคม อบรมธรรมพ วิชาการ พัฒนาสัปปายะธรรมสถาน ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย โดยมียุทธศาสตร์หลักคือ ยุทธศาสตร์วัดนี้ดีจัง และยุทธศาสตร์วัดไทยสุชาดาฯ องค์กรแห่งความสุข ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาด้วยดี จนทำให้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศมีความเจริญรุ่งเรื่องก้าวหน้า สามารถจัดตั้งองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ทั้งมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส และวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร จำเนียรกาลผ่านผัน มีคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา ในประเทศไทยได้มีแนวความคิดจะต่อยอดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ และระหว่างประเทศ นำโดยพระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ประธานสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร อาจารย์ ดร.ธวัช ราษฎร์โยธา จดทะเบียนมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร (ในประเทศไทย) และได้แสวงหาพื้นที่ในการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยเน้นย้ำถึงเรื่องชีวิตท่ามกลางสถานการณ์โควิด และเศรษฐกิจที่ค่อนข้างหวั่นไหว จึงพิจารณาเห็นว่า พื้นที่อาศรมพอเพียงภิรมย์ เป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา มานานนับร่วม 10 ปี มีกิจกรรมสร้างสรรค์ต่อเนื่อง น่าจะเป็นพื้นที่ต้นแบบ เป็นศูนย์ประสานงานภาคีเพื่อสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศได้ จึงกำหนดให้อาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ เป็นพื้นที่สำหรับเป็นศูนย์ประสานงานองค์กรภาคีเพื่อสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานโครงการเพื่อสังคมในมิติต่างๆ เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมตามหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน 12 ประการ ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ปอ.ปยุตโต เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา ปฏิบัติการด้วยการ ออม ออมดิน ออมน้ำ ออมพืชผัก สมุนไพร ออมทรัพยากร เพื่อชีวิตและสังคม
……………………………………….
๔ กองงาน ๑๕ ฐานการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร มีฐานคิดมาจากศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับหลักภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน ๑๒ ประการ และปฏิบัติการการออม ออมดิน ออมน้ำ ออมพืชผัก สมุนไพร ออมทรัพยากรต่างๆ บนฐานของธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม จึงกำหนดให้มีฐานการเรียนรู้จำนวน ๔ กองงาน ๑๕ ฐานการเรียนรู้
………………………………
(๑) กองงานบ้านสวนพอเพียงภิรมย์ ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน (Division of Baansuan-porpeangphirom for king and Livelihood) เป็นกองงานที่ส่งเสริมการปฏิบัติการด้วยการออม ออมดิน ออมน้ำ ออมพืชผัก สมุนไพร ออมความรู้และทรัพยากรต่างๆ บนฐานของธรรมะ เป็นการส่งเสริมอาชีพโดยเฉพาะตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
(๑) ฐานการเรียนรู้ศาสตร์พระราชา-อุโมงค์ดีปลี
(๒) ฐานการเรียรู้ผลิตภัณฑ์บ้านสวน
(๓) ฐานการเรียนรู้บัญชีครัวเรือน
(๔) ฐานการเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ผักและสมุนไพรพื้นบ้าน
……………………………………
(๒) กองงานอาศรมพอเพียงภิรมย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ (Division of Asom-porpeangphirom for Human Resource Development and Social of learning According to Buddhist way of life)
ดำเนินการอบรมศีลธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนาในชุมชน และสมาชิกโครงการให้แน่นแฟ้นทางธรรมะยิ่งขึ้น มีภูมิคุ้มกันทางความคิด การปฏิบัติ และการดำเนินวิถีชีวิตอย่างไม่ประมาท ตามหลักการที่ว่าร่วมกันรังสรรค์ชีวิตบนฐานของธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม
(๑) ฐานการเรียนรู้ภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน ๑๒ ประการ
(๒) ฐานการเรียนรู้ปฏิบัติธรรมตามหลักอาณาปานสติ
(๓) ฐานการเรียนรู้ธรรมสภาภิรมย์ ลานธรรมะเอกเขนก
(๔) ฐานการเรียนรู้ธรรมะในสวน ต้นไม้พูดได้ ธรรมะเอกเขนก
……………………………………
(๓) กองทุนมหาวิชชาลัยธรรมะ เพื่อพัฒนาการแห่งชีวิตและสังคม (Division of Mahawichalai-Thamma Fund for Development live and social) เป็นการระดมทุนเพื่อการพึ่งตนเองขององค์กร ทั้งในรูปแบบของการระดมทุนด้านเงินงบประมาณ จัดตั้งกองทุนต่างๆ กองทุนเมล็ดพันธุ์พืชผัก และกองทุนวิชาการที่ตกผลึกเป็นองค์ความรู้
(๑) ฐานการเรียนรู้กองทุนพืชผักและสมุนไพรเพื่อชีวิต
(๒) ฐานการเรียนรู้กองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนาระหว่างประเทศ
(๓) ฐานการเรียนรู้กองทุนมหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์
(๔) ฐานการเรียนรู้ จาก “มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส สู่ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร”
………………………………
(๔) กองงานวิชาการและสารสนเทศ (Division of Academic and Information) เป็นกองงานที่ดำเนินการบริการด้านข้อมูล ข่าวสารสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกโครงการและการบริการข้อมูลทางวิชาการสู่สาธารณประโยชน์
(๑) ฐานการเรียนรู้จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ ๖ ทศวรรษเมื่อวันวาน สานปณิธานพระธรรมจาริกสู่ต่างประเทศ : วัดไทยศรีโสดาซันวัลเล่ย์ วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร
(๒) ฐานการเรียนรู้ข้อมูลสารสนเทศ งานวิจัย วิชาการ
(๓) ฐานการเรียนรู้ห้องสมุดธรรมะสิกขาลัย
……………………………….
แนวคิดโมเดลการพัฒนากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็น 5F 3C ดังนี้
………………………………
5F ( 5 เป้าหมาย)
๑. Faith เป้าหมายในการสร้างความเลื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัย รู้รักสามัคคี ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ โดยมีพระธรรมจาริก และคณะกัลยาณมิตรเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน สร้างความมั่นคงด้านจิตใจ และปัญญา เป็นสังคมคุณธรรมในวัฒนธรรมที่หลากหลาย
๒. Festival เป้าหมายในการแสดงออกถึงประเพณีวัฒนธรรม ดนตรี การแสดงออกทางอัตลักษณ์ของกลุ่มสมาชิกโครงการ
๓. Food เป้าหมายในการพัฒนาอาหารปลอดภัย ปลอดสาร ที่มีมาตรฐาน สู่สังคม สร้างสัมมาชีพ
๔. Fashion เป้าหมายในการ ส่งเสริมสัมมาชีพ สินค้า ผ้าทอ เครื่องประดับ อื่นๆ
๕. Focus เป้าหมายการพัฒนาสมาชิกโครงการ เด็ก เยาวชน และครอบครัวต้นแบบ ทั้งด้านกายภาพ สังคม ปัญญา ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
3C (3 กลยุทธ์)
๑. Cooperation - สร้างเครือข่ายความร่วมมือ การมีส่วนร่วมของ พระธรรมจาริก คณะกัลยาณมิตร ทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ภาคท้องถิ่น และชุมชน ประชาชน
๒. Community - พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านจิตใจ
๓. Constructive สร้างชุมชนต้นแบบ หมู่บ้านเกษตรพอเพียงต้นแบบ มีศีล มีธรรม มีสุข อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาขยายชุมชนคุณธรรม ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน ชุมชนแห่งประชาธิปไตย
……………………………….
หลักการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์
“ถ้าคิดได้ ให้ช่วยคิด
ถ้าคิดไม่ได้ ให้ช่วยทำ
ถ้าทำไม่ได้ ให้ความร่วมมือ
ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กำลังใจ
แม้ให้กำลังใจก็ไม่ได้ ให้สงบนิ่ง”
………..…………………………………



















