กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,191) การปฏิบัติศาสนกิจในไตรมาส 2 - 4 ณ ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร
การปฏิบัติศาสนกิจในไตรมาส 2 - 4 และเป็นไตรมาสที่พยายามวางแผนตามหลักคิดที่ว่า “วัดต้องเจริญรุดหน้าด้วยกิจวัตร กิจกรรม กิจการในยุคของเรา” จึงมีหลักสูตรเกลานิสัย ดัดนิสัย สร้างเสริมลักษณะนิสัยใหม่ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน จากตี 4 ครึ่ง ถึงตี 2 ของอีกวันหนึ่ง จึงเป็นความเพียรพยายามในการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสานต่อปณิธานธรรมที่ว่า “สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม“
…………………………………….
อนึ่ง ด้วยหลักคิดที่ว่า พัฒนาวัด คือ พัฒนาชาติ พัฒนามวลมนุษยชาติ เพราะวัดเป็นศูนย์กลาง ศูนย์รวม เป็นมหาวิชชาลัยแห่งธรรมะ ที่ประชุมพร้อมด้วยสังฆบริษัทผู้เป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต แลดุษฎีบัณฑิต การรังสรรค์ธรรมสถาน ให้เป็นสัปปายะธรรมสถาน จึงเป็นนโยบายเน้นหนักของเรา ขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ณ ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ ……………………………………
ในปี 2566 นี้ได้กลับมาปฏิบัติสังฆกรณียกิจน้อยใหญ่ในประเทศไทย เพื่อวางรากฐานการพัฒนาองค์กรการปฏิบัติสังฆกรณียกิจตามหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดลระหว่างประเทศให้แข็งแรง ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยี สื่อสารสารสนเทศ ฯลฯ แต่ต้องใช้เวลายาวนานในการพัฒนาและวางระบบ น่าจะราวๆ 3 ปีอยู่ จึงต้องคิด ต้องเขียน ต้องร่าง และต้องนำร่องปฏิบัติพอเป็นแนวทางและทิศทางขององค์กรต่อไป ………………………………………
เรื่องราวแห่งความดีงาม ว่าด้วยการปฏิบัติศาสนกิจ จำเพาะ ณ ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร บ้านหัวโกรกตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
………………………………….
หลักการทำงานตามหลัก ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล …“สร้างองค์กรให้น่าเชื่อถือ …มีสื่อสารสนเทศที่สร้างสรรค์ …ประสานสัมพันธ์กัลยาณมิตร … มีกิจกรรมให้ต่อเนื่อง” หากจะประมวลภาพรวมของศาสนกิจที่นี่แบ่งได้เป็น 4 หมวด คือ (1) งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) งานประสานและพัฒนาสังคม (3) งานอบรมธรรมมะ และวิชาการ และ(4) งานบริหารองค์กร รวมเรียกว่า “”ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” แต่หากย่นย่องานลงให้สั้นๆ ก็แบ่งเป็น 3 หมวด คือ งานสนาม งานวิชาการ และงานบริหาร … (1) งานสนาม (นวกรรม) คือ งานโยธา ถือเป็นวัตรปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ อาทิ การซ่อมบำรุง งานเก็บกวาด เช็ดถู ตกแต่งธรรมสถานให้ร่มรื่น และเหมาะแก่การเป็นสถานแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย เป็นต้น … (2) งานวิชาการ (วรรณกรรม) คือ งานที่ต้องใช้ความคิด สมาธิ สติ ที่รวบรวมประสบการณ์ บทเรียนแต่ละวันมาจัดทำเป็นสารสนเทศทางวิชาการเผยแพร่แก่สาธารณชน อาทิ สรุปบัญชี ตัดต่อกราฟฟิก ประมวลกิจกรรม การเขียนข่าว รายงานข่าวผ่านไลน์ Facebook website การเก็บภาพ ประมวลภาพ ต่างๆ และการบันทึกจดหมายเหตุ เป็นต้น ….(3) งานบริหาร คือการขับเคลื่อนองค์กรด้วยศาสตร์และศิลป์ บริหารงาน บริหารกิจกรรม บริหารเงิน งบประมาณ บริหารคน บริหารเทคโนโลยี อาทิ การนัดประชุม การพิมพ์งาน การรายงาน การมอบหมายงานเป็นต้น คนน้อยๆ ปัญหาย่อมน้อยตาม คนมาก ปัญหาย่อมมากตาม แต่คนน้อยๆ ต้องเป็นคนคุณภาพจริงๆ คนคุณภาพ หมายถึง คน ที่พรั่งพร้อมด้วยทักษะ เทคนิค และอุดมการณ์ในการทำงาน เมื่อคนมีคุณภาพแล้ว งานย่อมมีคุณภาพตามด้วย ถึงแม้จะมีน้อยคนแต่ก็ทำให้งานขับเคลื่อนไปได้ด้วยความเป็น “คนคุณภาพ” อันว่าการทำงานกับคน จำต้องมีศาสตร์และศิลป์อย่างลึกซึ้ง อาศัยความรู้ อาศัยบารมี ที่สั่งสมมาจึงจะกล่อมเกลาเหลาให้แหลมได้ ………………………………………
“ข้อวัตรปฏิบัติ เพื่อเกลานิสัย” ณ ธรรมสถาน ศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยธรรมะ บ้านหัวโกรก ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
……………………………………
เวลา 04:00 - 05:30 น. ตื่นจำวัด ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว นั่งสมาธิ 1 ชั่วโมง 30 นาที
เวลา 05:30 น. ประสานงานระหว่างประเทศ วางแผนงาน จัดทำเอกสารทางวิชาการ เวลา 06:00 น. ออกรับบิณฑบาตในหมู่บ้านหัวโกรก เวลา 07:00-07:30 น. ฉันภัตตาหารเช้า
เวลา 08:00 - 09:00 น. ทำวัตรเช้า เจริญสติภาวนา สาธยายพระพุทธมนต์ เจริญสติภาวนาในอิริยาบถปัดกวาดศาลาหอฉัน ลานธรรมสภา ห้องน้ำ รดน้ำพืชผักและสมุนไพรท้ายสวนอย่างมีสติ และคิดงานนวกรรมอื่นๆ จากนั้นสรงน้ำ
เวลา 09:00 - 09:30 น. ทักทายกัลยาณมิตรในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ประสานงาน ออกแบบงานต่างๆ
เวลา 09:30 - 11:30 น. เจริญสติภาวนา ในอิริยาบถ เดินจงกรม สำรวจตรวจตราอาราม จัดเตรียมสถานที่หอฉัน หารืองาน ประชุมสัมมนา 1 ชม.
เวลา 11:30 - 12:00 น. ฉันภัตตาหารเพล
เวลา 12:30 - 14:30 น. ปัดกวาดกุฏิและพื้นที่รอบๆ ตรวจงานวิชาการ เขียนรายงาน บันทึกข้อมูลต่างๆ อัพเดทข่าวสารในเว็บไซต์ และงานวรรณกรรมอื่นๆ
เวลา 14:30 - 15:30 น. เจริญสติภาวนา ในอิริยาบถ ปัดกวาดศาลา ชำระองค์พระปฏิมา รดน้ำต้นไม้ พืชพันธุ์ต่างๆในสวน ปลูกขยายพันธุ์พืช ไม้ดอก ไม้ประดับ และงานนวกรรมอื่นๆ
เวลา 15:30 -17:00 น. ฟังธรรมะออนไลน์ / อ่านหนังสือธรรมะ /อบรมสั่งสอน
เวลา 17:00 - 17:30 น. ทำวัตรเย็นเจริญสติภาวนา สาธยายพระพุทธมนต์
เวลา 17:30 - 18:00 น. สรงน้ำ
เวลา 18:00 - 19:00 น. นั่งสมาธิที่หอสมาธิ 1 ชม.
เวลา 19:00 - 20:00 น. เดินจงกรม 1 ชม.
เวลา 20:00 - 22:00 น. เจริญสติภาวนาในอิริยาบถร้อยเรียงคำประพันธ์ 2 ชม.
เวลา 22:00 - 04:00 น. นอน 6 ชม.(ส่วนมากก็นอนไม่หลับ)
ทำแบบนี้ประจำทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน(ในไตรมาส 2 - 4)



















