กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,302) “ร้อยเรียงเรื่องราว ร่องรอยแห่งความดีงามในอดีต”
“ร้อยเรียงเรื่องราว ร่องรอยแห่งความดีงามในอดีต”
……………………………………….
ในค่ำคืนของวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 พระครูพิศาลธรรมจารี ได้นัดหมายพี่ๆ เพื่อนๆ หารือ พูดคุยกันตามประสาคนเคยร่วมงานกันในอดีต สมัยเป็นพระธรรมจาริก ปฏิบัติศาสนกิจในจังหวัดตาก และความเป็นกลุ่มรักษ์เรา รักษ์โลก จิตอาสาเพื่อสิ่งแวดล้อม ณ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก หากนับย้อนหลังไปก็ร่วมๆ เกือบ 30 ปี มีเรื่องราวมากมายที่ถูกร้อยเรียงเป็นภาพถ่ายและตัวอักษร เมื่อวันเวลาผ่านผันยังความเปลี่ยนแปลงมาสู่บุคคล องค์กร ทำให้มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำต้องดำเนินการ ต้องบริหารจัดการ ต้องทำหน้าที่ของความเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นปู่ เป็นตา เป็นย่า เป็นยาย และขับเคลื่อนวิถีชีวิตให้เป็นไปตามแผนงานที่ประสงค์ เพราะการทำหน้าที่คือการปฏิบัติธรรม การเป็นปฏิบัติธรรม คือดำรงอยู่ของชีวิตให้อยู่ ให้เป็น อย่างเป็นสุข ……………………………………
ในค่ำคืนนี้นั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และกำลังจะพาดผ่านสู่อนาคต พี่กุ้ง พี่จิ๋ว พี่เอื้อง คุณนิด คุณจง และคุณธี พร้อมด้วยท่านจรณธมฺโมภิกขุ ท่านขนฺติพโลภิกขุ ท่านวินยวชิโรภิกขุ เป็นทีมงานพรั่งพร้อมด้วยความคิด ความฝัน และเรื่องราวในอดีต ร้อยเรียงให้เป็นตำนานของคนอาสา เมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ ค่ำคืนนี้ เริ่มต้นด้วยการเปิดเรื่องกิจกรรมภาคเช้าในวันนี้ “กิจกรรมบำบัด” ที่ทางคณะกรีนยูธได้รังสรรค์มาเพื่อการนี้ ตั้งเวลาเวลา 10 นาฬิกา เป็นต้นมา ประกอบด้วย (1) กิจกรรมเสียงดนตรี ที่พี่จิ๋ว พี่กุ้ง คุณนิด คุณเอื้อง และครูตา สลับกันขับกล่อมด้วยบทเพลง ในขณะที่อาสาสมัครมีอารมณ์ร่วม เปลี่ยนเวรประเคนไมค์ช่วยกันร่ำร้องอย่างสนุกสนานครึกครื้น เมื่อมีอารมณ์ร่วม ความทุกข์ ความกดดันทั้งปวงถูกปลดปล่อยให้ล่องลอยไปกับสายลม มีแต่ความสุขใจในเสียงดนตรี เสียงเพลง (2) การวาดรูปประกอบดนตรี เป็นการสร้างสุนทรียทางความคิด ผสมผสานระหว่างศิลปะกับศิลปินให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ออกมาเป็นภาพวาดที่สวยงาม ขณะละเลงสีลงบนแผ่นผ้า มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ และกำลังใจที่รอลุ้นอีกหลายสิบดวง ยังความงดงามให้เกิดขึ้นบนศิลปะท่ามกลางศิลปิน (3) กิจกรรมเติมแต่งแต้มสีสันลงกระดาษตามจินตนาการ ความรู้ ความรัก ความคิด เพื่อสร้างสรรค์ความสุขให้ระหว่างเพื่อนร่วมทีม การต่อเติม ต่อยอดจินตนาการเป็นเรื่องความละเอียดละมุนละไม ระหว่างเรากับเพื่อน บางครั้งอาจจะไม่พอใจในสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ แต่เมื่อนำหลักของการอยู่ร่วมกันมา ไว้ใจกัน วางใจกัน พอใจกันมาจับ บนพื้นฐานของธรรมะ ก็จะนำมาซึ่งความสงบ สันติ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ด้วยความมีศิลปะกับศิลปิน (4) การเพนท์ผ้า ต้องอาศัยหลักคิด จินตนาการ ความรัก ความรู้ และความสามารถในการทำ อาศัยสมาธิ สร้างสมาธิ ในการปฏิบัติการ เป็นกิจกรรมบำบัดได้ดีอีกกิจกรรมหนึ่งงที่เป็นเป็นรูปธรรม
………………………………………………
มีอาสาสมัครมาร่วมกิจกรรม 15 ท่าน ครู 2 ท่าน พระ 5 รูป และทีมกรีนยูธอีก 9 ท่าน รวมความ การขับเคลื่อนศิลปะกับศิลปิน เพื่อสร้างความงอกงามในหัวใจของทุกคน โดยใช้ศิลปะผสานกับศิลปิน ตามหลักการ ใกล้ กลาง ไกลให้มองว่า ศิลปะคือความสุข การสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม มีกิจกรรมคือ ให้สมาชิกวาดรูปเริ่มต้นตามจินตนาการจากนั้นเวียนให้เพื่อนๆในทีมช่วยแต้มเติมต่อสีตามจินตนาการไปจนครบทุกคน : ตามหลักการเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซี่งกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย เรียนรู้การยอมรับซึ่งกันและกัน …………………………………..
ภาคค่ำ พี่จิ๋ว พี่กุ้ง ได้ชวนคุยสัพเพเหระ หารือแนวทางการสร้างเครือข่ายทางสังคม รื้อฟื้นร่องรอยแห่งการเรียนรู้และความดีงามในอดีต อนึ่ง ด้วยข้อจำกัดของแต่ละท่านที่มีภาระหน้าที่ต่างกัน มีความคิด ความรู้ ความถนัด มีโปรเจ็คต่างกัน แต่ยังต้องการสานสัมพันธภาพอันดีในอดีตที่มีระหว่างกันให้เหนียวแน่นเหมือนเดิม จึงเห็นว่าควรสร้างพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์กลาง ศูนย์ประสานงาน ศูนย์รวมใจชาวอาสา เพราะมีสตอรี่ มีร่องรอยมาแล้วอย่างยาวนาน การสานต่อบ้านดินที่หมูสีจึงเป็นแผนที่จะปฏิบัติการให้เกิดขึ้น นอกจากนี้
…………………………………….
คุณเอื้อง ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาพื้นที่หลังเกษียณ ที่บ้านเกิดจังหวัดมุกดาหาร ตามแนวคิดองค์รวมของความเป็นมนุษย์ ที่ผสมผสานกันระหว่างวัย นับตั้งแต่เกิด เติบโต และชรา มีหลักธรรมทางศาสนามาเชื่อมร้อยรัดให้มีจิตวิญญาณที่สะอาด สว่าง สงบ และผ่อนคลาย
……………………………………..
“ครูตา” ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม เจ้าของพื้นที่สร้างบ้านดิน กลิ่นอายแห่งจิตอาสาสมัครทางสิ่งแวดล้อม ณ ตำบลหมูสี ยังมีความหวังกับการสานต่อบ้านดินซึ่งลูกสาวก็มีแนวคิดด้วย เพื่อสานต่อความคิด ความฝันของครูยอดรัก ปัจจุบันพื้นที่ได้ปรับวิถีปลูกพืชพื้นบ้านและเลี้ยงไก่ไข่ 100 กว่าตัว เป็นแนวคิดที่จะสร้างรายได้และเป็นต้นแบบด้านสัมมาชีพ
……………………………………….
“คุณเอื้อง” ได้ให้แนวคิดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการประสานให้เกิด “บวร” การประสานงานในมิติการศึกษา การศาสนา จะสร้างความยั่งยืนให้กับงานได้
……………………………………
คุณนิด” ได้นำเสนอชีวิตและงาน ว่า ปัจจุบันทำงานฟรีแลนด์ เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมของหน่วยงานรัฐ เช่น บัตรสวัสดีการ ผลกระทบโควิด และนอกจากนี้ยังมีงานที่ชื่นชอบคือ งานผ้าไหมของแม่ เป็นการทำงานกับชุมชน ปราชญ์ชุมชน สานต่อองค์ความรู้และภูมิปัญญาชุมชน และเรื่องป่าชุมชน โดยการทำค่ายเยาวชน เพื่อให้เกิดความตระหนักต่อการรักษาป่าชุมชน เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันดีงาม ได้พรรคพวก ได้เพื่อน มีเรื่องราวความเป็นมา มีวิทยากรป่าชุมชน โดยอาศัยเด็กและเยาวชนเป็นตัวเชื่อมกิจกรรม
………………………………………
ส่วน “คุณธี “ ศิลปินที่มีสุนทรียะทางการศึกษา ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้นำเสนอชีวิตและงายของตนเองว่า ปัจจุบันทำเรื่องการศึกษา อาทิ สถาปัตยกรรมโบราณ ปฏิทินโบราณ พิธีบวงสรวง การปฏิบัติของโยคี การรักษาสุขภาพแบบโบราณ อาทิ การเป่าคาถารักษาโรคภัย เป็นต้น
…,,,.,………………………………..
การสนทนาปราศรัยกันระหว่างมิตรสหายผู้เป็นอาสาสมัครทางสังคมมาอย่างยาวนานนั่น ได้ทบทวนร่องรอยในอดีตที่เปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสานฝันให้ถึงฝั่งฝัน การหารือ การทบทวนเรื่องราวในวันนี้จะเป็นการสานภาคีการทำงานของแต่ละท่านให้งอกงามกลมเกลียว สมดุลลงตัวระหว่าง ธรรมะ สังฆะ พัฒนา ตามแนวคิดของอาศรมพอเพียงภิรมย์ฯ ตามแนวคิดของคุณเอื้อง ตามแนวคิดของครูตา ตามแนวคิดของพี่จิ๋ว พี่กุ้ง ตามแนวคิดของคุณธี และตามแนวคิดของคุณนิด ผู้มีศิลปะกับศิลปินในหัวใจ เป็นการสร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเรา วิถีแห่งอาสาสมัคร ขออนุโมทนากับกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศอันอบอุ่นนี้




