กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,317) พระเมตตา พระกรุณา พระอัธยาศัย ในสมเด็จพระสังฆราช โดย พระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ประธานสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร
พระเมตตา พระกรุณา พระอัธยาศัย ในสมเด็จพระสังฆราช
……………………………………….
วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 25666 เวลา 08:30 น. พระครูพิศาลธรรมจารี นำคณะขึ้นเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพ นำโดย พระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ประธานสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ท่านผู้การ พลตำรวจตรี หญิง อุบลทิพย์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ท่านรองผู้การ พันตำรวจเอก หญิง วิสิฏฐ์ศรี เพ็ญโภไคย ร้อยตำรวจตรี หญิง ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์ คุณธีรยุทธ สงวนทรัพย์ อุบาสกอุบาสิกาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เนื่องในโอกาสที่เดินทางกลับประเทศไทย ………………………………………….
ทุกคราวครั้งที่คณะได้รับพระเมตตาจากเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ให้ขึ้นเฝ้าถวายเครื่องสักการะและใบปวารณา ก็จักนำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติยินดียิ่ง ในวันนี้ก็เป็นอีกคำรบหนึ่งที่คณะได้รับพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้ หลังจากได้รับการประสานจากท่านพระอาจารย์ในกองงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชแล้ว รุ่งเช้าต่างก็ตระเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมไทยธรรม เตรียมตรวจ ATK ให้พร้อมสรรพตามเงื่อนไขที่กำหนด
……………………………………………
จากนั้นคณะของเราทั้ง 5 ท่าน ไปรอเวลาขึ้นเฝ้าที่ชั้น 3 คณะนอก แนวใน (ติดพระตำหนักที่ประทับ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระหว่างรอก็สนทนาปราศรัยกับคณะของเรากันตามสมควร ถ่ายรูปบ้าง ซักถามผู้ประสานงานกันบ้าง จนเวลา 09:30 น. เจ้าหน้าที่ให้ไปรอขึ้นที่เชิงบันไดพระตำหนัก รระหว่างนี้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากรอขึ้นเฝ้าหลายคณะ คณะของเราเป็นคณะที่ 5 เมื่อทะยอยขึ้นไปที่ชั้นบน เป็นห้องโถงขนาดกว้าง สำหรับรับคณะขึ้นเฝ้าแต่บะคณะได้คราวละ3 คณะ ด้านหลังสุดเป็นแถวเก้าอีสำหรับพระสงฆ์ที่รอขึ้นเฝ้า เมื่อคณะเราเข้ามาในห้องโถง มีคณะอื่นอยู่ก่อนแล้ว 2 คณะ คณะเราเป็นคณะที่ 3 ขณะที่คณะก่อนหน้าอยู่ระหว่างขึ้นเฝ้าถวายเครื่องสักการะ ทรงตรัสสนทนาอย่างเป็นกันเองทุกคณะ นับตั้งแต่คณะที่ 3 ถัดมาคณะที่ 4 เป็นคู่บ่าวสาว พร้อมคุณพ่อคุณแม่ทั้งฝ่ายเจ้าสาวและเจ้าบ่าว คงจะเป็นครั้งแรกที่ขึ้นเฝ้าเก้อๆกังๆ เมื่อบ่าวสาวประเคนเครื่องสักการะ จากนั้นพ่อแม่ทั้งฝ่ายเจ้าสาวและฝ่ายเจ้าบ่าวประเคน ประเคนเสร็จทรงประทานวัตถุมงคลที่ระลึก จากนั่นทรงตรัสถามตามพระอัธยาศัยจากนั้นทรงพรมน้ำมนต์ คราวนี้เจ้าบ่าวนั่งหน้าสุด เมื่อพรมน้ำมนต์เจ้าบ่าวแล้ว พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ให้เจ้าบ่าวขยับไปทางซ้ายของพระองค์ เพื่อทรงพรมน้ำมนต์แก่บิดาฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งเจ้าบ่าวนั่งบังอยู่ แต่เจ้าบ่าวอืดอาด จึงทรงตรัสสอนว่า “ไม่รู้เรื่องเลย ให้ขยับเพื่อฉันพรมน้ำมนต์ให้คนข้างหลัง เจ้าบ่าว(ลูกชาย)มาบังหมด”
……………………………………….
จากนั้นคณะของเราได้เข้าเฝ้าเป็นคณะที่ 5 โดยข้าพเจ้านำเข้าไปเป็นคนแรก ทั้ง 5 ท่านทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเครื่องสักการะและผ้าไตรให้ แต่ละท่านล้วนมีใบปวารณาถวายให้ส่วนพระองค์ ครั้งข้าพเจ้าเดินเข่าไปจนถึงโต๊ะตั้งหน้าพระเก้าอี้ เจ้าพนักงานให้ทูลถวายเครื่องสักการะและรับของที่ระลึกจากพระหัตถ์เลยทันทีเพื่อความกระชับ จากนั้นจึงถอยมา ณ ที่อาสนะ แล้วกราบ 3 ครั้ง จากนั้นกกราบทูลถวายรายงานว่า “เกล้ากระหม่อมพระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ประธานสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา วันนี้นำคณะอุบาสกอุบาสิกาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร สหรัฐอเมริกามาเข้าเฝ้ากราบถวายสักการะเนื่องในโอกาสที่กลับไทยขอรับกระหม่อม” พระองค์ทรงตรัสถามว่า”ไปอยู่นานหรือยัง” ข้าพเจ้ากราบทูลว่า “ไปอยู่ 8 ขอรับกระหม่อม” ทรงตรัสถาม “ลืมภาษาไทยหมดแล้วมั้ง” ยังขอรับกระหม่อม “เป็นคนที่ไหน” พระองค์ทรงตรัสถามต่อ “เป็นคนอีสาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอรับกระหม่อม” ลืมภาษาอีสานหมดแล้วมั้ง “ยังเว้าได้อยู่ครับ” ข้าพเจ้าออกสำเนียงเป็นภาษาอีสาน จากนั้นทรงตรัสถามว่า “สังกัดวัดไหน” “วัดศรีโสดาพระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ขอรับกระหม่อม “ ทรงตรัสสัพยอกว่า “ลืมภาษาเหนือแล้วมั้ง” ข้าพเจ้าจึงกราบทูลว่า “ยังอู้กำเมืองได้อยู่ครับ” ทรงแย้มพระสรวล และถามร้อยตำรวจตรี หญิง ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์ ว่า “อยู่นานกี่ปี” กราบทูลว่า 40 กว่าปี เพคะ ทรงตรัสถามต่อว่า “เป็นคนอเมริกันแล้วสิ” ข้าพเจ้ากราบทูลแทนว่า “ขอรับกระหม่อมเป็นอเมรันซิตีเช่นกันหมดแล้ว” จากนั้นเจ้าหน้าที่ข้างพระเก้าอี้ที่ประทับให้ข้าพเจ้าหลบออกมาทางฝั่งซ้าย เพื่อให้ฝ่าบาททรงพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับคณะอุบาสกอุบาสิกา ทั้ง 4 ท่าน แล้วกราบทูลลา จากนั้น ฝ่าบาททรงทรงพรมน้ำพระพุทธมนต์ลงที่อุ้งมือของข้าพเจ้า พร้อมทรงประทานพรเป็นพระคาถาบาลี จากนั้นข้าพเจ้ากราบทูลลา ทรงตรัสถามอีกว่า “จะกลับอเมริกาเมื่อไหร่ กี่พรรษาแล้ว เปรียญอะไร” ข้าพเจ้ากราบทูลตอบคำถาม และกราบทูลว่าเป็นศิษย์มหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย จากนั้นกราบทูลลาอีกครั้ง ข้าพเจ้าเดินเข่าออกมานอกพระตำหนัก ฝ่าบาทยังทรงผินพระพักตร์และตรัสถามเป็นภาษาฮินดีตามหลังมาอีก นับว่าเป็นพระเมตตา พระอัธยาศัยที่พระองค์ทรงมีต่อพุทธศาสนิกชน พุทธบริษัท สังฆบริษัทที่มาจากทิศทั้งสี่ ด้วยพระชนมายุ 97 พรรษาย่าง ยังทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง แช่มชื่น ด้วยบุญญาธิกาของพระองค์ ผู้เป็นดุจร่มโพธิ์ใบใหญ่ร่มไทรใบหนาแห่งพุทธศาสนิกชนในราชอาณาจักรสืบไป













