กิจกรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,547) บรรยากาศงานตั้งธรรมหลวง เฉลิมพระเกียรติ เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา “กัณฑ์ชูชก 79 พระคาถา”

  • 1 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

บรรยากาศงานตั้งธรรมหลวง เฉลิมพระเกียรติ เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา “กัณฑ์ชูชก 79 พระคาถา” แสดงพระธรรมเทศนาโดย

พระอาจารย์บุญเลิศ โสภณมโน (น.ธ.เอก,พธ.บ.,วัดศรีโสดา พระอารามหลวง)

………………………………….

วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 2567 เวลา 10:30 น.

……………………………………

คณะเจ้าภาพบูชาธรรมโดย

คุณสายสุณี ศรีสวัสดิ์ Mr.Rubicel Corona

………………………………………

ณ วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร

มูลนิธิพระธรรมจาริกลอสแองเจลิส

DHAMMAJARIKA FOUNDATION OF LOS ANGELES

11029 Fenway St. Sun Valley, CA 91352

www.Dhammajarika.org ……………………………………… ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายุกาล จำเดิมแต่ปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระชินสีสัมมาสัมพุทธเจ้า บัดนี้ล่วงแล้ว ๒๕๖๗ พรรษา ปัจจุบันสมัย สิงหาคมมาส สุรทินที่ 24 โสระวาร พระพุทธศาสนายุกาลจำเดิมแต่ปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระชินสีสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีนัยอันจะพึงกำหนดนับด้วยประการฉะนี้. ขอกราบถวายความเคารพ พระครูพิศาลธรรมจารี เจ้าอาวาสวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ขอกราบถวายความเคารพพระมหาเถระ ผู้มีอายุ พรรษากาลมาก และขอเจริญพรคณะญาติโยมทุกท่าน วันนี้คณะสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยเหล่าสังฆบริษัทสาธุชน กำหนดงานพิธีตั้งธรรมหลวงเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา ตลอดพรรษากาลนี้ สำหรับวันนี้ เป็นปัจญมกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ชูชกนี้ มีคณะทานบดีเจ้าภาพหลักอันประกอบไปด้วยครอบครัว คุณสายสุณี ศรีสวัสดิ์ คุณ RUBICEL CORONA และคณะกัลยาณมิตร พร้อมด้วยเหล่าสังฆบริษัทพรั่งพร้อมกันมาฟังพระธรรมเทศนา ปัจญมกัณฑ์ ณ วันนี้ จากนี้ไปขอให้สาธุชนคนใจดี ใจงามทั้งหลายจงตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาเป็นลำดับสืบไป.

นะโม 5 ชั้น

นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะฯ. ภควโต อรหโต สมัมา สัมพุทธัสสะฯ. นะโมตัสสะ ภควโต ฯ. อรหโต สัมมา ฯ. สัมพุทธัสสะฯ.

ตะทา กะลิงคะรัฏเฐ ทุนนะวิฏฐะพราหมณะคามะวาสี ชูชะโก นามะ พราหมะโณ ภิกขาจะริยายะ กะหาปะณะสะตัง ละภิตวา เอกัสมิง พราหมะณะกุเล ฐะเปตวา ปุนะ ธนัง ปะริเยสะนัตถายะ คะโตติ …..

ณ บัดนี้ อาตมาภาพ จักได้แสดงพระธรรมเทศนา มหาชาติเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 5 คือกัณฑ์ชูชก อันประกอบด้วย 79 พระคาถา เพื่อนฉลองกุศลศรัทธาเพิ่มพูนปัญญาบารมี ขอท่านสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลาย จงตั้งใจสดับรับฟังความตามลำดับดังต่อไปนี้.

กาลนั้นมีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อชูชก. อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชื่อทุนวิฏฐะ แคว้นกาลิงครัฐ. เที่ยวภิกขาจารได้ทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ. นำมาฝากไว้ที่สกุลพราหมณ์แห่งหนึ่ง. แล้วออกไปตระเวนหาทรัพย์อีก. เมื่อชูชกจากไปช้านาน สกุลพราหมณ์นั้นก็นำกหาปณะที่ชูกฝากไว้ไปใช้จนหมด. ภายหลังชูชกกลับมาขอคืน. ก็ไม่สามารถจะคืนทรัพย์นั้นได้. จึงยกธิดาชื่อนางอมิตตตาปนา ให้แก่ชูชก. เป็นสิ่งทดแทน. พราหมณ์ชูชกได้พานางอมิตตตาปนาไปอยู่ในหมู่บ้านทุนนวิฏฐพราหมณ์. แคว้นกาลิงครัฐ นางอมิตตตาปนาได้ปฏิบัติพราหมณ์โดยชอบ.

          ครั้งนั้น พวกพราหมณ์หนุ่มๆ เห็นข้อปฎิบัติของนางอมิตตตาปนา ที่มีต่อชูชก. ต่างกลับไปคุกคามภรรยาของตน ว่า นางอมิตตตาปนานี้ปฏิบัติพราหมณ์ชราโดยชอบ. พวกเจ้าทำไม ประมาทต่อเราทั้งหลาย. ไม่ทำหน้าที่เยี่ยงนางบ้าง. ภรรยาเหล่านั้นจึงคิดว่า. พวกเราจักยังนางอมิตตตาปนานี้ให้หนีไปเสียจากหมู่บ้านนี้. คิดดังนี้แล้ว. จึงพากันไปประชุม ด่านางที่ท่าน้ำ. เมื่อนางพราหมณีเหล่านั้น ไปตักน้ำที่ท่าน้ำ. ช่วยกันบริภาษ นางว่า. เจ้านางอมิตตตาปนา. เหตุใดบิดามารดาของเจ้า ญาติของเจ้า จึงมอบตัวเจ้าให้ชูชกพราหมณ์แก่. ทั้งที่เจ้ายังสาวอยู่อย่างนี้. บิดามารดาของเจ้าคงหาชายอื่นให้เจ้าไม่ได้. จึงยกเจ้า ให้ชายแก่อย่างนี้ หรือเจ้าคงทำบาปกรรมอันใดไว้. จึงได้มาอยู่ในเรือนของพราหมณ์แก่ ทั้งที่ยังเป็นสาวอยู่. การถูกงูกัดก็ไม่เป็นทุกข์ การถูกแทงด้วยหอกก็ไม่เป็นทุกข์ แต่การมีสามีแก่นั้นแล เป็นทุกข์. เจ้ายังเป็นสาวรูปงาม จงกลับไปอยู่ในตระกูลญาติเถิด. นางอมิตตตาปนา. ได้รับคำบริภาษ จากพวกนางพราหมณี. ก็ถือหม้อน้ำร้องไห้กลับเรือนไป ครั้นชูชกถามว่า. ร้องไห้ทำไม. นางจึงกล่าวว่า. ข้าแต่พราหมณ์ ฉันจะไม่ไปสู่ท่าน้ำ. เพื่อน้ำตักมาให้ท่านอีก. เหล่าพราหมณีทั้งหลายที่ท่าน้ำบริภาษฉัน. เพราะเหตุที่ท่านเป็นคนแก่. ชูชกกล่าวว่า. นางผู้เจริญ. เจ้าอย่าได้ทำการงานเพื่อฉันเลย. ฉันจะไปตักน้ำเอง. เจ้าอย่าขัดเคืองเลย… นางอมิตตตาปนากล่าวว่า. ฉันไม่ได้เกิดในตระกูลที่ใช้สามีให้ตักน้ำ. ฉันจะไม่อยู่ในเรือนของท่าน. หากท่านไม่นำทาส ทาสีมาให้ฉัน. ชูชกกล่าวว่า. แม่พราหมณี. ทรัพย์สมบัติ ของฉันไม่มี. ฉันมิอาจหาทาส ทาสี มารับใช้นางได้. ฉันจักบำรุงนางผู้เจริญเอง. เจ้าอย่าขัดเคืองเลย... นางอมิตตตาปนา. อันเทวดาดลใจ กล่าวกะพราหมณ์ชูชกว่า. ฉันได้ยินมาว่า. พระราชาเวสสันดรประทับอยู่ที่เขาวงกต. ท่านจงไปทูลขอทาส ทาสี จากพระองค์. เมื่อท่านทูลขอแล้ว พระองค์ผู้เป็นนขัตติยชาติ. ผู้ไม่อิ่มในการบริจาคทาน. จักพระราชทานทาสและทาสีแก่ท่าน. ชูชกกล่าวว่า. ฉันเป็นคนแก่. ไม่มีแรง หนทางก็ไกล. เขาวงกตนั้นไปได้แสนยาก. เจ้าอย่าคร่ำครวญไปเลย… เจ้าอย่าน้อยใจเลย… ฉันจักบำรุงนางผู้เจริญเอง… เจ้าอย่าขัดเคืองฉันเลย…. นางอมิตตตาปนากล่าวว่า. ท่านเป็นคนขลาด. ยังไม่ทันถึงสนามรบ. ไม่ทันได้รบก็ยอมแพ้ ฉันใด. ท่านยังไม่ได้ไป ก็ยอมแพ้ก่อนแล้ว ฉันนั้น. ดูก่อนพราหมณ์. ถ้า. ท่านไม่หาทาสหรือทาสีมาให้ฉัน. ฉันจะไปจากสำนักของท่าน. เมื่อใด ที่ท่านเห็นฉันแต่งกายงดงามเที่ยวไปในงานมหรสพ หรืองานนักขัตฤกษ์. เมื่อนั้น ความทุกข์ก็จักมีแก่ท่าน. เมื่อท่านจะเห็นฉันรื่นรมย์กับชายอื่นๆ ความทุกข์ก็จักมีแก่ท่าน. เมื่อท่านผู้ชราพิไรคร่ำครวญอยู่. เพราะไม่เห็นฉัน ร่างกายของท่านที่งอก็จักงอยิ่งขึ้น. ผมที่หงอกก็จักหงอกมากขึ้น. พราหมณ์ชูชกได้ฟังดังนั้น ก็ตกใจกลัว. ยอมตกอยู่ในอำนาจของนางอมิตตตาปนา. กล้าๆ กลัวๆ กล่าวกะนางว่า. เจ้าจงรีบจัดเสบียงเดินทางเพื่อฉัน. เตรียมขนมที่ทำด้วยงา ขนมที่ปรุงด้วยน้ำตาล ขนมที่ทำเป็นก้อนด้วยน้ำผึ้ง ทั้งสัตตุก้อนสัตตุผง. ฉันจะรีบไปพา สองกุมารมาให้เป็นทาส. กุมาร กุมารี ทั้งสองนั้น คงไม่เกียงค้าน. คงจะรับใช้ได้ตลอดวัน ตลอดคืน. นางอมิตตตาปนารีบ.ตระเตรียมเสบียง แล้วบอกแก่พราหมณ์ชูชก. ให้ซ่อมประตูเรือนที่ชำรุดให้มั่นคง. ชูชกได้หาฟืนแต่ป่ามาไว้. เอาหม้อตักน้ำใส่ไว้ในภาชนะทั้งปวงในเรือนจนเต็ม. แล้วถือเพศเป็นดาบสในเรือนนั้นนั่นเอง. สอนนางอมิตตตาปนาว่า. นางผู้เจริญ จำเดิมแต่นี้ไป ในเวลาค่ำมืดเจ้าอย่าออกไปนอกบ้าน. จงเป็นผู้ไม่ประมาท จนกว่าฉันจะกลับมา. สอนนางดังนี้ แล้วสวมรองเท้า ยกถุงย่ามที่บรรจุเสบียงขึ้นสะพายบ่า ทำประทักษิณนาง. มีนัยน์ตาเต็มด้วยน้ำตา ร้องไห้แล้วหลีกไป. สู่นครสีพี เพื่อนแสวงหาทาสและทาสี. เมื่อเดินทางถึงนครสีพี.ได้ถามประชาชนที่ประชุมกันในที่นั้นๆ ว่า. พระเวสสันดรราชาประทับอยู่ที่ไหน. เราจะไปเฝ้าพระบรมกษัตริย์ได้ที่ไหน. ชนเหล่านั้นตอบพราหมณ์ว่า. ดูก่อนพราหมณ์. พระเวสสันดร ถูกพวกพราหมณ์เช่าท่านเบียดเบียน. เพราะทรงให้ช้างปัจจัยนาค เป็นทานแก่ พราหมณ์กาลิงครัฐผู้มาขอ. จึงถึงถูกขับไล่จากแว่นแคว้นของพระองค์ เสด็จไปประทับอยู่ ณ เขาวงกต . พร้อมพระโอรสพระธิดา และพระมเหสีแล้ว. ชนเหล่านั้นกล่าวกะชูชกว่า. พวกท่านทำพระราชาของพวกเราให้พินาศแล้ว ยังมายืนอยู่ในที่นี้อีก ต่างพากันถือก้อนดินและท่อนไม้. ไล่ชูชกให้ออกไปจากพระนคร. ชูชกถูกเทวดาดลใจ. ให้หลงจากทางที่จะไปสู่เขาวงกต. กลับเข้าไปในป่า ที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย. มีแรดและเสือเหลืองเป็นต้น. ชูชกถือไม้เท้ามีสีแดงผลดังผลมะตูม. อีกทั้งเครื่องบูชาไฟและน้ำเต้า พะรุงพะรัง. มุ่งหน้าไปสู่ป่าใหญ่ ที่ได้ยินว่า พระเวสสันดรประทับอยู่. ชูชกได้หลงไปไกลจากทางที่จะไปเขาวงกต. ฝูงสุนัขป่าก็ห้อมล้อมพราหมณ์ผู้ไม่สำรวม ที่เดินเข้าไปในป่า. พราหมณ์รีบหนีขึ้นไปบนอยู่ต้นไม้ ประกาศเสียงก้องในราวไพรนั้นว่า. ใครจะพึงบอกข่าวพระเวสสันดร พระราชบุตรผู้ประเสริฐ ผู้ทรงชำนะมัจฉริยะ ไม่ปราชัยอีก. ผู้ประทานความปลอดภัยในเวลามีภัยแก่เรา. พระองค์เป็นที่พึ่งของชนทั้งหลาย. ใครจะบอกข่าวพระเวสสันดรมหาราช. ผู้เปรียบเหมือนแม่ธรณีแก่เราได้. พระองค์เป็นที่อาศัยของเหล่ายาจก ทั้งหลาย. พระองค์ทรงหนักแน่ในทาน. ดังเช่นพื้นปฐพีเป็นที่อาศัยแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย. ใครจะพึงบอกข่าวพระเวสสันดร ผู้เปรียบเหมือนสาครแก่เราได้ สาครเป็นที่ไปแห่งแม่น้ำน้อยใหญ่. พระองค์เป็นดังสระน้ำที่มีท่าอันงาม. ลงดื่มได้ง่ายมีน้ำใสเย็น น่ารื่นรมย์ ดารดาษไปด้วยดอกบุณฑริกบัวขาบ ประกอบด้วยละอองเกสร. ใครจะพึงบอกข่าวพระเวสสันดร. ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ แก่เราได้. พระองค์เปรียบประหนึ่งต้นนิโครธใกล้ทาง มีร่มเงาน่ารื่นรมย์ใจ. เป็นที่พักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาได้พักพิงในเวลาร้อน. ใครจะแจ้งข่าวของพระเวสสันดร. ผู้ทรงคุณเห็นปานนั้นแก่เรา. เมื่อเราเข้ามาในป่าใหญ่ พร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้. หากจะมีบุคคลใดบอกว่า ข้าพเจ้ารู้ข่าว. บุคคลนั้นชื่อว่ายังความร่าเริงให้เกิดแก่เรา. บุคคลใดจะบอกข่าวว่า ข้าพเจ้ารู้จักนิวาสสถานของพระเวสสันดร. บุคคลนั้นพึงประสพผลมิใช่น้อย ด้วยคำบอกเล่าเพียงประโยคเดียวนั้น.

          พรานเจตบุตรเป็นพรานล่าเนื้อ. ที่เหล่าพระยาเจตราชตั้งไว้. เพื่ออารักขาพระเวสสันดร. เที่ยวอยู่ในป่า.ได้ยินเสียงคร่ำครวญของชูชกนั้น จึงคิดว่า. พราหมณ์นี้ คงจะตามมา ขอพระนางมัทรีหรือพระโอรสพระธิดา เป็นแน่แท้. จึงพากเพียรบุกป่า ใหญ่. เราจักฆ่าเสียในที่นี้. คิดดังนี้ เข้าไปใกล้ชูชกแล้ว กล่าวว่า. เจ้าพราหมณ์ แกเป็นคนมีปัญญาทราม. จะมาทำในสิ่งที่มิใช่กิจ มาจากรัฐสู่ป่าใหญ่. เพื่อแสวงหาพระราชบุตร ดุจนกยางหาปลา. ข้าจักไม่ไว้ชีวิตแก ในที่นี้. ลูกศรนี้อันข้ายิงไปแล้ว จักดื่มโลหิตของแก. ในบัดนี้ ข้าจักตัดหัวแก ผู้ตกจากต้นไม้ ให้เหมือนผลตาล. แล้วเฉือนเนื้อหัวใจพร้อมทั้งตับไตไส้พุง มันข้น และเยื่อในสมองของแก. บูชายัญแก่เทวดา ผู้รักษาหนทาง. จัดไม่ให้แกมีชีวิต เพื่อนำพระมเหสี หรือพระโอรสพระธิดาของพระราชบุตรเวสสันดรออกไปจากป่านี้ได้. ชูชกได้ฟังคำของพรานเจตบุตรแล้ว. ก็ตกใจ คิดว่าพราหมณ์นี้ รู้เจตนาของเรา. สะดุ้งกลัวต่อมรณภัย ในคำของพราหมณ์ จึงกล่าวมุสาวาทว่า. ดูก่อนเจตบุตร. ข้าเป็นพราหมณทูต. เจ้าจงฟังข้าก่อน. ชาวสีพีทั้งปวงหายขัดเคือง… พระเวสสันดรแล้ว. พระชนกก็ทรงปรารถนาจะพบพระราชโอรส อีกทั้งพระชนนีของท้าวเธอก็ถอยกำลัง. พระเนตรทั้งสองก็เสื่อมโทรมไปในกาลไม่นาน. เพราะทรงกันแสงด้วยอาลัยพระโอรส. พระสุณิสาและพระนัดดา อยู่เป็นนิตย์. ดูก่อนพราหมณ์เจตบุตร. ข้าเป็นผู้อันพระราชาพระราชินี. ทรงส่งมาเป็นทูต เจ้าจงฟังข้าก่อน. ข้าจักมาทูลเชิญพระเวสสันดรพระราชโอรสกลับสู่ เชตุดร. ถ้าเจ้ารู้ เจ้าจงบอกหนทางให้แก่ข้าเถิด. พรานเจตบุตรหลงเชื่อคำที่ พราหมณ์ชูชกกล่าว. คิดว่า เป็นความจริง บังเกิดความโสมนัสว่า พราหมณ์ผู้นี้เป็นทูตจะมาเชิญเสด็จพระเวสสันดร พระนางมัทรี และราชนัดดา กลับสู่ พระนคร. จึงให้การต้อนรับ ผูกสุนัขทั้งหลายไว้ให้อยู่ที่ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วเรียกพราหมณ์ ชูชก. ลงจากต้นไม้ ให้นั่งบนที่ลาดกิ่งไม้.ให้โภชนาหาร.อย่าบริบูรณ์ พรานกล่าวปฏิสันถารว่า. ข้าแต่พราหมณ์ท่านเป็นทูต ของพระเวสสันดร ผู้เป็นที่รักขอข้า. ข้าจะให้กระบอกน้ำผึ้ง และขาเนื้อย่าง เป็นบรรณาการแก่ท่าน. เพื่อเป็นเสเบียงเดินทาง และจะบอกประเทศที่พระเวสสันดรประทับอยู่แก่ท่านด้วย. พราหมณ์ชูชก ได้ฟังคำของพรานเจตบุตร. ดังนี้แล้ว มีจิตยินดีเป็นอย่ายิ่ง

เทศนา วสาเน ในการเป็นที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา. กัณฑ์ชูชก. ดังบาลีข้างต้นที่กล่าวว่า. ตะทา กะลิงคะรัฏเฐ ทุนนะวิฏฐะ พราหมณะคามะวาสี ชูชะโก นามะ พราหมะโณ ภิกขาจะริยายะ กะหาปะณะสะตัง ละภิตวา เอกัสมิง พราหมะณะกุเล ฐะเปตวา ปุนะ ธนัง ปะริเยสะนัตถายะ คะโตติ…….

พราหมณ์คนหนึ่งชื่อชูชก อยู่ในหมู่บ้านชื่อทุนวิฏฐะ แคว้นกลิงครัฐ. เที่ยวภิกขาจารได้ทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ. นำมาฝากไว้ที่สกุลพราหมณ์แห่งหนึ่ง. แล้วออกไปตระเวนหาทรัพย์อีก. เมื่อชูชกจากไปเป็นเวลานาน สกุลพราหมณ์นั้นก็นำกหาปณะที่ชูชกฝากไว้ไปใช้จนหมด. ภายหลังชูชกกลับมาขอทรัพย์คือ. ก็ไม่สามารถจะคืนทรัพย์นั้นให้ได้. จึงยกธิดาชื่อ นางอมิตตตาปนา ให้แก่ชูชก. เป็นสิ่งทดแทน. ดังนี้เป็นต้น นางอมิตตตาปนา เป็นคนขยัน ขาแข็ง ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีใ ทำให้หญิงทั้งหลายในหมู่บ้าน ถูกสามีต่อว่า ให้เอาเยี่ยงอย่าง. นางอมิตตตาปนาบริบาลชูชก หญิงเหล่านั้น. จึงพากันกล่าวคำ เสียดสี เย้ยหยาดต่างๆ นาๆ. จงนางอมิตตตาปนา ไม่สามรรถออกนอกบ้านได้. จึงบังคับให้พราหมณ์ชูชก ไปขอพระชาลี พระกัณหา มาเป็นทาส ทาสี. ชูชกจำต้องได้เดินทางไป จวนจงใกล้จะถึง เขาวงกต. ได้พบพรานเจตบุตร. ซึ่งรู้ความประสงค์ ของชูชก จึงขู่ว่า จะฆ่าให้ตาย. แต่พราหมณ์กล่าวมุสาว่า. ตนเป็นราชทูต ของพระเจ้าสัญชัย.ให้มารับพระเวสสันดรพระนางมัทรี และพระราชนัดดาทั้งสองกลับสู้แคว้นสีพี. พรานเจตบุตรหลงเชื่อ. จึงบอกทางให้แก่ พราหมณ์ชูชก.ด้วยความดีใจ ที่เข้าใจว่า ทุกพระองค์จะได้กลับสู่ พระนคร. พราหมณ์ชูชก แม้จะเป็นยาจกเที่ยวขอทาน. แต่ยาจกผู้นี้. ก็เป็นส่วนที่เพิ่มพูนบารมี แก่พระเวสสันดร. ให้มีโอกาสได้บำเพ็ญบารมี อันยิ่งใหญ่ ดังนี้…………..

ระตะนัตตะยานุภาเวนะ ระตะนัตตะยะเตชะสา… ขออนุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย ขออนิสงส์ แห่งธรรมทานบารมี ที่คณะทานบดีเจ้าภาพ อันประกอบไปด้วยคุณสายสุณี ศรีสวัสดิ์ คุณ RUBICEL CORONA และคณะสาธุชน ทุกท่าน

ได้บำเพ็ญให้เป็นไป ในบัดนี้ จงเป็นพลวปัจจัย ส่งเสริมให้ สาธุชน พุทธบริษัทผู้สดับรับฟังทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งด้วยอายุ วรรณะ สุขัง พละ ปฎิภาณ ธนะสารสมบัติ ทุกประการ กับทั้งเป็นปัจจัยแห่งการรู้แจ้ง เห็นจริง ในอริยสัจธรรม อันเป็นทางนำไปสู่ทางการพ้นทุกข์ คือพระนิพพานเป็นที่สุด การแสดงพระธรรมเทศนา มหาชาติเวสสันดรชาดก กัณฑ์ชูชก อันประกอบด้วย 79 พระคาถา ก็สมคารแก่เวลา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ… ลีเลนะ สุคะติง ยันติ… สีเลนะ โภคะสัมปะทา… ลีเลนะ นิพพุติง ยันติ… ตัสมา ลีลัง วิโสธะเย

อัลบั้มภาพ

`