กิจกรรมสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 1,661) งานถวายผ้าไตรกฐิน ประจำปี 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ประมวลภาพและเรื่องราวงานถวายผ้าไตรกฐิน ประจำปี 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
⸻ในระหว่างวันที่ 9–12 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 พระครูพิศาลธรรมจารี เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำคณะศรัทธาผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เข้าร่วมในกิจกรรมสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อถวายผ้าไตรกฐินแด่คณะสงฆ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและเชื่อมสายใยแห่งศรัทธาระหว่างชาวไทยในแดนไกลกับแผ่นดินแม่
⸻วันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. พระครูพิศาลธรรมจารี พร้อมด้วยคณะ ได้แก่ อาจารย์ ร้อยตำรวจตรี (หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์, คุณธีระยุทธ สงวนทรัพย์ และ ดร.รุ่งนภา พรมเพชร ได้เข้าเฝ้ากราบนมัสการและรับผ้าไตรกฐินจากพระเดชพระคุณ พระพรหมโมลี ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี คณะได้กราบนมัสการสรีรสังขารของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และพระมงคลเทพโมลี เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อครูบาอาจารย์ผู้เป็นกำลังสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา
⸻ วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 11.30 น. พระครูพิศาลธรรมจารี ได้นำคณะ ได้แก่ อาจารย์ ร้อยตำรวจตรี (หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์, คุณธีระยุทธ สงวนทรัพย์, คุณชัญญารัศม์ ศิริมาจันทร์, คุณแม่บัว พงษ์มา และ ดร.รุ่งนภา พรมเพชร เข้ากราบนมัสการและรับผ้าไตรกฐินจากพระเดชพระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร
ต่อมาเวลา 13.20 น. คณะได้เดินทางเข้าสู่กองพระราชพิธี ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับผ้าพระกฐินพระราชทาน อัญเชิญไปทอดถวาย ณ วัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันสูงสุดในพระราชพิธี ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานกฐินแก่คณะสงฆ์ในต่างประเทศ เพื่อธำรงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองไพศาลไปทั่วทุกมุมโลก
⸻วันที่ 11 ตุลาคม 2568 : งาน “ศิลป์ในสวน” ช่วงบ่ายเวลา 13.00–17.00 น. มีการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปศิลปะ ดนตรี และวิชาการ ภายใต้แนวคิด “ดนตรีสร้างสรรค์เพื่อชีวิตและสังคม” โดยศิลปินกลุ่มกรีนยูธ นำโดยพี่จิ๋ว พี่กุ้ง พี่นิด ศิลปินขาประจำ ขับกล่อมด้วยเสียงเพลง ความรู้ และประสบการณ์ผ่านโครงการรักเรา รักษ์โลก มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ อาศรมพอเพียงภิรมย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และโครงการบัณฑิตนักพัฒน์ นวัตกรชุมชนต้นแบบวิถีพุทธ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้–แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
ต่อมาเวลา 17.00 น. มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ เจริญสติภาวนา สาธยายพระพุทธมนต์ และสนทนาธรรม โดยอาจารย์ ร้อยตำรวจตรี (หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ว่าที่พันโท ศุภฤทธิ์ ธาราทิพย์นรา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางจิตใจและสืบสานวัฒนธรรมพุทธในชุมชน ภาคค่ำ พระครูสถิตสังฆบริหาร พระครูพิศาลธรรมจารี และพระครูวีรศาสน์ธำรง พบปะหารือพูดคุยงานสอบในปลายเดือนพฤศจิกายน สามทุ่มปิดเวทีการพบปะ พักผ่อน
……………………………………
การพบปะนักเรียนธรรมศึกษาออนไลน์ ห้องเรียนวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร ในวันที่ 11 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 แสงแห่งปัญญาธรรมได้เปล่งประกายอีกครั้ง ณ วัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อ ร้อยตำรวจตรี (หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์ เลขานุการธรรมทูตคฤหัสถ์ภาคพื้นอเมริกา และประธานชมรมธรรมศึกษาวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร พร้อมด้วยคณะกัลยาณมิตรจากศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาวิชชาลัยธรรมะ ได้จัดให้มีการพบปะและสนทนาธรรมกับ คณะนักเรียนธรรมศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ซึ่งศึกษาในห้องเรียนออนไลน์ของวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร โดยมีสนามสอบหลักอยู่ที่วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่
การพบปะในครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า ทั้งในแง่ของการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรม และการเชื่อมโยงสายใยแห่งศรัทธาของผู้แสวงหาธรรมจากต่างซีกโลก ดร.ราริสสาได้กล่าวถ้อยคำอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจถึงแนวทางการเรียนรู้ในหลักธรรมศึกษา ให้ผู้เรียนตระหนักถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาพระพุทธศาสนา ว่าแท้จริงแล้วมิใช่เพียงเพื่อสอบผ่านหรือรับวุฒิบัตร หากเพื่อให้เกิด “ปัญญาในใจ” อันจะนำพาชีวิตให้ดำเนินไปบนหนทางแห่งความสงบและสว่าง
ในโอกาสเดียวกัน คณะผู้ร่วมงานยังได้ร่วมกันทบทวนกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการสอบธรรมศึกษา ทั้งในด้านการอ่าน การจำ และการนำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง เสียงสนทนาในวันนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความศรัทธา และความมุ่งมั่นของผู้เรียนที่มีหัวใจใฝ่ธรรม แม้อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินแม่ แต่สายใยแห่งพุทธธรรมยังคงเชื่อมโยงทุกดวงใจไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
ดร.ราริสสาได้กล่าวย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานธรรมศึกษาในอนาคต ว่าควรพัฒนาให้ทันต่อยุคสมัย เพื่อให้การเรียนรู้พระธรรมสามารถเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ชาวไทยและผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอาศัยอยู่ การนำเทคโนโลยีมาผสานกับการเผยแผ่ธรรมะ จึงเป็นหนทางสำคัญที่จะรักษาและสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณนี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป
บรรยากาศแห่งการพบปะวันนั้นอบอวลด้วยความปิติสุข เหมือนสายลมแห่งเมตตาและศรัทธาที่พัดผ่านใจของทุกคนอย่างอ่อนโยน เสียงหัวเราะเบา ๆ แทรกด้วยเสียงสนทนาธรรม ทำให้ห้องเรียนออนไลน์ซึ่งเคยเป็นเพียงพื้นที่เสมือนจริง กลับอบอุ่นราวกับทุกคนได้นั่งร่วมวงสนทนาใต้ร่มโพธิ์เดียวกัน
การพบปะครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังเป็น “การจุดประกายใจ” ให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นพุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่รู้และใฝ่ธรรม เป็นพลังแห่งศรัทธาที่รวมผู้คนจากหลากหลายถิ่นฐานเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ร่มเงาแห่งพระธรรม
สุดท้ายนี้ การพบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการประสานพลังระหว่าง ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาวิชชาลัยธรรมะ กับ สถาบันการศึกษาและวัดไทยในต่างแดน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาธรรมะให้ก้าวทันโลก และคงไว้ซึ่งแก่นแท้แห่งธรรมอันบริสุทธิ์ เป็นแสงแห่งปัญญาที่จะส่องนำชีวิตของผู้ใฝ่ธรรมให้ดำเนินไปบนเส้นทางแห่งความสงบเย็น และความสุขแท้จริงอย่างยั่งยืน
แสงธรรมมิอาจดับได้ด้วยกาลเวลา หากยังมีผู้สืบสานด้วยศรัทธาและปัญญาแห่งใจ
…………………………………………..
ริ้วขบวนแห่งศรัทธา : ขบวนแห่ผ้าไตรกฐินบ้านหัวโกรก 12 ตุลาคม 2568
รุ่งเช้าของวันที่ 12 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 แสงอรุณแรกแห่งวันได้ทอประกายเหนือท้องฟ้าชุมชนบ้านหัวโกรก เสียงฆ้องกลองและเสียงเพลงแห่งบุญดังแว่วก้องไปทั่วหมู่บ้าน เป็นสัญญาณแห่งความปีติที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นกับ “ขบวนแห่ผ้าไตรกฐิน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนในชุมชนได้ร่วมอนุโมทนา และสืบสานประเพณีอันงดงามที่สืบทอดมาแต่โบราณ
เวลา 09.30 นาฬิกา ขบวนแห่ผ้าไตรกฐินได้เคลื่อนออกจากศูนย์การเรียนรู้มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ โดยมี คณะศรัทธาชาวบ้าน คณะกัลยาณมิตร คณะทำงานศูนย์การเรียนรู้ฯ ชมรมม้ง กลุ่มนักเรียนธรรมศึกษา และคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ขบวนยังได้รับเกียรติจาก นักเรียนโรงเรียนบ้านท่าเลื่อนสามัคคี (คส.5 อุปถัมภ์) จำนวน 10 ท่าน มาร่วมร่ายรำฟ้อนนำขบวน สร้างความรื่นเริงและสง่างามให้กับริ้วขบวนบุญในครั้งนี้
ภาพของเหล่านักฟ้อนในชุดงดงามประณีต เคลื่อนไหวอ่อนช้อยท่ามกลางเสียงกลองยาวและดนตรีพื้นบ้าน ประสานกับเสียงอนุโมทนาของผู้คนสองข้างทางที่พนมมือด้วยศรัทธา เป็นภาพที่งดงามตราตรึงใจ ขบวนแห่ผ้าไตรกฐินในครั้งนี้ยังประกอบด้วย ขบวนเครื่องเสียง ขบวนผ้าไตรกฐิน ขบวนธงชาติ ขบวนธงธรรมจักร และคณะสาธุชนชาวบ้านกว่า 100 คน ที่ร่วมกันเดินอย่างพร้อมเพรียงไปทั่วชุมชน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นและอิ่มเอมด้วยพลังแห่งศรัทธา เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชาวบ้านที่ได้ร่วมกันสืบทอดประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา สะท้อนถึงความสามัคคีของผู้คนในชุมชนที่ต่างมีใจเดียวกัน คือใจที่มุ่งสร้างบุญ สร้างกุศล และสืบต่อพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง
หลังจากใช้เวลาเดินแห่รอบชุมชนกว่าหนึ่งชั่วโมง ขบวนแห่ผ้าไตรกฐินจึงได้เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อย งดงาม และเปี่ยมด้วยความสงบเย็นในใจของผู้ร่วมบุญทุกคน สายลมแห่งฤดูบุญพัดพาเอากลิ่นหอมแห่งศรัทธาและรอยยิ้มแห่งความสุขไปทั่วหมู่บ้าน บ้านหัวโกรกในเช้าวันนั้นจึงมิได้เป็นเพียงสถานที่จัดงานเท่านั้น หากแต่เป็น “ลานบุญแห่งความรัก ความร่วมแรง และความศรัทธา” ที่เชื่อมโยงใจของคนทั้งชุมชนไว้ด้วยพลังแห่งธรรม
ขบวนแห่ผ้าไตรกฐินในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการถวายผ้าไตรแด่สงฆ์เพื่อสืบพระศาสนาแล้ว ยังเป็นการหล่อหลอมความเป็นหนึ่งเดียวของผู้คนในชุมชนบ้านหัวโกรก ทั้งเด็ก เยาวชน นักศึกษา และชาวบ้านผู้ใหญ่ ต่างได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมแห่งบุญนี้ด้วยใจอันบริสุทธิ์
และเมื่อขบวนแห่จบลง เสียงเพลงก็ยังคงก้องอยู่ในใจ — เสียงแห่งศรัทธาที่บอกว่า “ตราบใดที่ยังมีคนเดินแห่ผ้ากฐินด้วยใจศรัทธา ตราบนั้นพระศาสนาย่อมยังรุ่งเรืองอยู่บนผืนแผ่นดินนี้”
……………………………………………..
แสงธรรมในพิธีสมโภชผ้าไตรกฐิน วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 10.30 นาฬิกา เมื่อแสงอาทิตย์สายส่องผ่านยอดไม้แห่งชุมชนบ้านหัวโกรก กลิ่นหอมของดอกไม้บูชาพระรัตนตรัยและควันธูปเบาบางลอยละล่องเหนือกระบะนมัสการ บ่งบอกถึงช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพิธี สมโภชผ้าไตรกฐิน ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นด้วยความพร้อมเพรียงและสงบเย็นในธรรม
พิธีในครั้งนี้จัดขึ้นในนามของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม และ พระพรหมโมลี ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นพุทธบูชาในงานบุญกฐินประจำปีของอาศรมพอเพียงภิรมย์ และศูนย์การเรียนรู้มูลนิธิมหาวิชชาลัยธรรมะ
เวลา 10.30 นาฬิกา พิธีเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี ร้อยตำรวจตรี (หญิง) ดร.ราริสสา สงวนทรัพย์ เลขานุการธรรมทูตคฤหัสถ์ภาคพื้นอเมริกา เป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ณ กระบะนมัสการ ด้วยใจที่สงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า
จากนั้น คุณธีระยุทธ สงวนทรัพย์ ได้ทำหน้าที่จุด เทียนส่องธรรม สัญลักษณ์แห่งแสงสว่างทางปัญญา เพื่ออัญเชิญแสงธรรมมาส่องใจของสาธุชนทั้งหลายให้ผ่องแผ้ว ส่วน พลตำรวจตรี (หญิง) อุบลทิพย์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ได้จุด ธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาพระธรรมเทศนา ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พิธีดำเนินต่อโดย พันตรียุทธการ สุขสุด ทำหน้าที่มัคนายก นำสาธุชนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และตั้งใจรับศีลจาก พระครูพิศาลธรรมจารี เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมจาริกสังฆวิหาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นประธานสงฆ์ในพิธี
เสียงพระให้ศีลดังกังวานด้วยถ้อยคำแห่งธรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบเย็นและปีติสุข เมื่อจบการให้ศีล มัคนายกได้อาราธนาธรรม และพระครูพิศาลธรรมจารีได้แสดง พระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เรื่อง “กัณฑ์กฐินานิสังสกถา” ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการทอดกฐิน การสืบพระพุทธศาสนา และการสร้างบุญบารมีด้วยการเสียสละและสามัคคี
เสียงพระธรรมเทศนานั้นดังก้องกังวานด้วยถ้อยคำอันลึกซึ้ง เปรียบเสมือนสายน้ำเย็นที่หล่อเลี้ยงใจของผู้ฟังให้ชุ่มชื่นในธรรม ทุกถ้อยคำเปี่ยมด้วยเมตตาและปัญญา ชวนให้ระลึกถึงคุณค่าของการให้และการสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
เมื่อจบพระธรรมเทศนา มัคนายกได้อาราธนาพระปริตร พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวน 15 รูป พร้อมเพรียงกันเจริญพระพุทธมนต์สมโภชผ้าไตรกฐิน เสียงสวดพระปริตรประสานกันอย่างร่มรื่น ดุจคลื่นแห่งบุญที่กระเพื่อมซัดใจผู้ศรัทธาให้สงบเย็นในธรรม
ปัจฉิมลำดับ มัคนายกนำกล่าวคำถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์ทั้งหมดตั้งพัดอนุโมทนาให้พรด้วยเสียงสาธุอันกังวาน สาธุชนทั้งหลายต่างกรวดน้ำรับพรด้วยความปีติเปี่ยมใจ สายน้ำแห่งศรัทธาและกุศลหลั่งไหลไปทั่วบริเวณ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์อย่างเรียบง่าย แต่สมบูรณ์ด้วยความหมายทางธรรม
บรรยากาศหลังพิธีสงฆ์เต็มไปด้วยความสงบ อิ่มบุญ และความปลื้มปิติ ผู้ร่วมงานต่างน้อมจิตอธิษฐานขอให้ผลบุญแห่งกฐินครั้งนี้ส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และมีธรรมเป็นที่พึ่งแห่งใจตลอดไป
แสงศิลป์แห่งศรัทธาในงานสมโภชผ้าไตรกฐิน ตติยพรรษา
เมื่อเสียงสาธุการแห่งบุญยังดังก้องอยู่ในอากาศ งานสมโภชผ้าไตรกฐิน ณ อาศรมพอเพียงภิรมย์ ก็ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขทางใจและความงามทางศิลปวัฒนธรรม
เวลา 11.30 นาฬิกา ณ ลานธรรมอาศรมพอเพียงภิรมย์ ได้จัดให้มีการแสดงโขนเยาวชนกลางแจ้ง เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอน พระนารายณ์ปราบนนทก” ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของวรรณคดีเอกที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งธรรม ความเสียสละ และความเมตตาเหนืออวิชชา
เยาวชนผู้แสดงล้วนแต่งกายงดงามตามแบบนาฏศิลป์ชั้นสูง เครื่องแต่งตัววิจิตรตระการตา ทุกการเคลื่อนไหวล้วนอ่อนช้อยเปี่ยมความหมาย เสียงปี่พาทย์บรรเลงก้องกังวานผสานกับเสียงกลองโบราณ เป็นจังหวะอันทรงพลังที่พาผู้ชมย้อนรำลึกถึงความรุ่งเรืองแห่งศิลปวัฒนธรรมไทยในอดีตกาล การแสดงครั้งนี้มิได้เป็นเพียงความบันเทิง หากแต่เป็นการถวายศิลปะแห่งศรัทธา เพื่อเฉลิมพระเกียรติในองค์พระนารายณ์ และสืบสานวรรณคดีไทยให้คงอยู่ในใจเยาวชนรุ่นใหม่
ต่อจากนั้น ได้มีการแสดงชุด “ทรงวัฒนธรรมชนเผ่าม้ง” โดยนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ซึ่งได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของชนเผ่าม้งผ่านการร่ายรำอันงดงาม เครื่องแต่งกายหลากสีสะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันล้ำค่า แสดงถึงความงดงามในความแตกต่างที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มพระพุทธศาสนา
ปิดท้ายรายการด้วยการแสดงจาก คณะนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าเลื่อนสามัคคี (คส.๕ อุปถัมภ์) ซึ่งได้จัดชุดการแสดงต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างน่าประทับใจ
เริ่มต้นด้วย “รำบายศรีสู่ขวัญ” ที่เปี่ยมด้วยความอ่อนช้อยและอ่อนน้อมตามแบบวัฒนธรรมไทย แสดงออกถึงการให้พร การต้อนรับ และความเคารพในโอกาสมงคล
ต่อด้วยการขับร้อง เพลงโคราชต้อนรับ ที่มีทั้งความสนุกสนาน อารมณ์ขัน และความเป็นกันเอง ถ่ายทอดกลิ่นอายของวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยภาคอีสานได้อย่างอบอุ่น
เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และรอยยิ้มจากผู้มาร่วมงาน ต่างสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศิลปะที่เชื่อมโยงหัวใจของผู้คนเข้าด้วยกัน บรรยากาศในลานธรรมอาศรมพอเพียงภิรมย์จึงอบอวลไปด้วยความสุข ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสาน
การแสดงทั้งหมดในภาคสายของวันนั้น จึงมิได้เป็นเพียงการร่ายรำหรือบรรเลงดนตรี แต่เป็นการร้อยรวมของ “ศิลป์แห่งศรัทธา” ที่งดงามเหนือกาลเวลา สมกับเจตนารมณ์ของงานสมโภชผ้าไตรกฐินในตติยพรรษา ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของศรัทธา ความสามัคคี และการถวายแรงกายแรงใจเพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง


















