ข่าวสารสร้างสรรค์ (บทความ ลำดับที่ 159) สารนิพนธ์ “ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล : ร่องรอยแห่งความดีงาม” สรุปผลการปฏิบัติสังฆกรณียกิจ ประจำปี ๒๕๖๔
“(ร่าง) สารนิพนธ์ “ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล : ร่องรอยแห่งความดีงาม” สรุปผลการปฏิบัติสังฆกรณียกิจ ประจำปี ๒๕๖๔
………………………………….
โดย คณะสงฆ์ คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส เมือง Sun Valley California USA.
……………………………………
ศาสนกิจภาคกลางวันเป็น “งานนวกรรม” ภาคกลางคืนเป็น “งานวรรณกรรม” ความจริงต้องพูดถึงภาคกลางคืนก่อนกลางวัน เพราะกลางคืนจะเป็นงานวางแผนเพื่อนำมาปฏิบัติภาคกลางวัน หรือกล่าวได้ว่า จากแนวคิดวรรณกรรม สู่ภาคปฏิบัตินวกรรม นั่นเอง แต่สำหรับวันนี้ฝนตกหนาวเย็นมาก จะกลางวันหรือกลางคืนเราก็ทำงานวรรณกรรม
………………………………….
เมื่อถึงสิ้นปี เราก็เตรียมงานสรุปประจำปี เพื่อทบทวนงานที่ผ่านมาว่าทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างไรไปบ้างแล้ว เพื่อวางแผนงานในอนาคต ในค่ำคืนแห่งความหนาวเย็นนี้ นั่งร่างเค้าโครงสารนิพนธ์ ทำดัมมี่เอกสารรายงานประจำปี 2564 ให้แล้วเสร็จก่อนจำวัด วันนี้ ภาคกลางวัน ทำงานขนหินก้อนมหึมา หมดเรื่ยวแรง ง่วงเพลีย แต่มีงานภาคค่ำ เลยต้องอดรนทนเอา พระธรรมทูต พระธรรมจาริก ที่มาปฏิบัติศาสนกิจที่นี่ต้องมีทักษะ ที่เป็นศาสตร์และศิลป์ งานไม่หนักแต่ก็ไม่น้อย เป็นงานที่ต้องใช้ความคิด อาศัยความคิดเป็นหลัก สำหรับผู้ที่จบวิทยาลัยพระธรรมทูตมา ก็กังวลน้อยหน่อย เพราะมีเทคนิค ทักษะการทำงานมาแล้ว ที่ไม่ใช่ด้นเดาเอาเอง สองหาวสามหาวแล้วในค่ำคืนนี้ ขอนำเสนอร่างเค้าโครงสารนิพนธ์ ดังต่อไปนี้
……………………………………..
“สังเขปสารนิพนธ์ : ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” Dhammacharika Sanghavihara Model โดยพระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดาพระอารามหลวง ประธานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส หัวหน้าคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา …………………………………….
วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2559 โดยจดทะเบียนเริ่มแรกในนามมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส ในปีพุทธศักราช 2564 ได้รับความอนุเคราะห์จากอุบาสิกาสุชาดา ปทะวานิช ทานบดีเจ้าภาพผู้ใหญ่ อุปถัมภ์การจัดสร้างวัดโดยการจัดซื้อโบสถ์คริสต์ ขนาดเล็ก บนเนื้อที่ขนาดเกือบ 1 เอเคอร์ ที่เมืองซันวัลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมด้วยอุบาสิกานุชนาฏ อุงอำรุง และอุบาสิกาประนอม ประสารฉ่ำ รวมถึงคณะอุบาสก อุบาสิกา คณะทำงานโครงการสร้างวัดสาขาในต่างประเทศอีกจำนวนมาก และได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพโกศล เจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ พระเดชพระคุณพระวิมลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง เมตตารับเป็นประธานอำนวยการโครงการสร้างวัดสาขาในต่างประเทศ และมีพระครูพิศาลธรรมจารี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง เป็นประธานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส เป็นหัวหน้าคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร พระครูวินัยธรบุณยกร ปิยสีโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง เป็นรองประธานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส ปัจจุบันมีพระธรรมจาริก พระธรรมทูตจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจจำนวน 6 รูป ศาสนกิจที่สำคัญของวัดตลอดพรรษากาล คือ ทำวัตรสวดมนต์เจริญสติภาวนา สาธยายพระพุทธมนต์ ทุกวัน เช้า-เย็น อบรมบาลีศึกษา ธรรมศึกษา ทุกวันพฤหัสบดี จัดแสดงพระธรรมเทศนาเทศน์มหาชาติทุกวันเสาร์ตลอดพรรษากาล จัดธรรมจาริกสัญจรทุกวันอาทิตย์ ตลอดพรรษากาล จัดอบรมมัคนายก จัดรายการธรรมเอกเขนก ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และจัดอบรมพุทธศาสนิกชนตามวันสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยการสถาปนาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหารนี้ เพื่อน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชาต่อเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ องค์ปฐมประธานคณะพระธรรมจาริก ผู้สถาปนางานพระธรรมจาริก ในประเทศไทย ต้นแบบการปฏิบัติศาสนกิจเพื่อมวลมนุษยชาติ เป็นบูรพาจารย์แห่งคณะสงฆ์พระธรรมจาริก สัทธวิหาริก อันเตวาสิก และศิษย์อาจารย์ทั่วโลก และร่วมฉลองวาระโอกาสที่งานพระธรรมจาริกมีอายุครบ 50 ปี กึ่งศตวรรษพระธรรมจาริกแห่งแผ่นดิน เมื่อปี 2558 ในโอกาสนี้ด้วย และในวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รับวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เป็นสมาชิกในความดูแล ลำดับที่ 106
………………………………
อนึ่ง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันมรณกาล ปีที่ 26 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วันที่ 22 กันยายน 2564 คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส เมือง Sun Valley รัฐ California USA. กำหนดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศส่วนกุศล โดยมีกิจกรรมบำเพ็ญกุศลตักบาตร ถวายภัตตาหารเพล แสดงพระธรรมเทศนา สวดธรรมนิยาม ทอดผ้าบังสุกุล ถวายไทยธรรม แด่คณะสงฆ์ จำนวน 16 รูป และถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ ณ วัดศรีโสดา พระอารามหลวง จำนวน 350 รูป ในโอกาสนี้ เพื่อเป็นการประกาศเกียติคุณ สานปณิธานแห่งการสถาปนาธรรมจาริกสังฆวิหาร จึงกำหนดให้มีการจัดทำสังเขปสารนิพนธ์ เรื่อง “ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล : สร้างสรรค์สังฆเพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย” ขึ้น เพื่อน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ พระพรหมจริยาจารย์ พระธรรมวโรดม พระพุทธวรญาณ พระครูครูมงคลคุณาทร และองค์บูรพาจารย์แห่งพระธรรมจาริกทั้งมวล
………………………………………
(ร่าง) “ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” (1) แรกเริ่ม เดิมที กับที่มาที่ไป (1.1) สืบสานปณิธานพระมหาเถระ สร้างวัดสาขาในต่างประเทศ (1.2) ขยายแนวคิดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการปฏิบัติศาสนกิจต้นแบบ “พระธรรมจาริกโมเดล”สู่สากล (1.3) ประกาศเกียรติคุณงานพระธรรมจาริกให้กว้างขวาง กว้างไกลในต่างแดน (1.4) สรรหาพื้นที่ฝึกศาสนกิจเพื่อพัฒนาศักยภาพพระธรรมจาริกยุคใหม่ในต่างประเทศ (1.5) เพื่อพิสูจน์องค์ความรู้พระธรรมจาริก ทบทวนองค์ความรู้พระธรรมจาริก และจัดการองค์ความรู้พระธรรมจาริกในต่างประเทศ ………………………………………
(2) แนวคิด/วิสัยทัศน์ “สังคมคุณธรรม ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย” “สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย
………………………………………
(3) เป้าหมาย (3.1) สร้างสังฆบริษัทคุณภาพ (3.2)สร้างสังคมคุณธรรม (3.3) สร้างสังคมเข้มแข็ง (3.4) สร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร (3.5) สร้างสังคมแห่งกัลยาณมิตรธรรมาธิปไตย (3.6) สร้างสัปปายะธรรสถาน สังฆะวิหารพื้นที่ทางสังคมของสังฆะบริษัท (3.7) เผยแผ่พระพุทธศาสนา (3.8) ประสานและพัฒนาสังคม (3.9) อบรม สัมมนา และวิชาการ (3.10) พัฒนาสัปปายะธรรมสถาน
……………………………………..
(4) กระบวนการ T-PAR T : Team สร้างทีมงาน / พัฒนาทีมงาน / ประชุมทีมอย่างเนืองนิตย์ P : Plan จัดทำแผนและกำหนดทิศทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม A : Activity / Action กำหนดกิจกรรมและการปฏิบัติที่หลากหลายเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย R : Result ผลลัพธ์ ถอดบทเรียน สรุปบทเรียน ประมวลข้อมูล และคืนข้อมูลสู่ชุมชน
……………………………………..
(5) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น (5.1) มีที่ : มีธรรมสถาน วิหาร ลานธรรม (5.2) มีทีม : มีกลุ่มแกนนำ คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน (5.3) มีทุน : มีกองทุน เทคโนโลยี วิชาการ ทรัพยากรบุคคลและความร่วมมือ (5.4) เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ ความร่วมมือกับกัลยาณมิตรและองค์กรต่างๆ เกิดแผนงานและทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การพัฒนาสังคม การพัฒนางานวิชาการและสารสนเทศ การพัฒนาสถานที่ต้นแบบ …………………………………….
(6) ปัจจัยความสำเร็จ : 9 ดี วิถีพุทธ : (6.1)อาวาสดี (อาวาสสัปปายะ) ที่อยู่เหมาะสม สงบ เงียบวิเวก ไม่พลุกพล่านจอแจ สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย (6.2) สัญจรดี (โคจรสัปปายะ) สัญจรเหมาะสม ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ตลาด โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญๆ ถนนหนทางสะดวก ยานพาหนะสะดวก ไปมาสะดวก ไม่ลำบากเรื่องการเดินทาง (6.3) วาจาดี (ภัสสสัปปายะ) วาจาเหมาะสม พูดคุย-รับฟังแต่พอประมาณ ในอรรถในธรรม มีปิยวาจา ต้อนรับขับสู้ ด้วยอัธยาศัยไมตรี (6.4)บุคคลดี (ปุคคลสัปปายะ) บุคคลเหมาะสม คิดดี พูดดี ทำดี มีแต่ปัญญาชน นักปราชญ์ กัลยาณมิตร ทั้งพระสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน (6.5)อาหารดี (โภชนสัปปายะ) อาหารเหมาะสม เพียงพอ เกื้อกูลต่อสุขภาพ บริโภคอาหารแต่พอประมาณ ไม่มากเกินไป (6.6) อากาศดี (อุตุสัปปายะ) ดินฟ้าอากาศธรรมชาติเหมาะสม กำลังสบาย ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป ไม่มีพายุรุนแรง ปราศจากภัยธรรมชาติ (6.7) อิริยาบถดี (อิริยาปถสัปปายะ) อิริยาบถเหมาะสม ในสัดส่วนของการยืน-เดิน-นั่ง-นอน มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อการเปลี่ยนอิริยาบถทั้งนั่ง ยืน เดิน นอน (6.8) มีวัตรดี / วินัยดี ปฏิบัติตามวัตร 14 เรียนรู้วัตร มีวัตร เคร่งครัดในวัตร (6.9) ทำดี ทำทันที ทำอย่างรอบคอบ เยือกเย็น ไม่วู่วาม ไม่หวั่นไหว ขันติ สติ และมุ่งมั่น
………………………………………………………………….
(ร่าง) “กิจกรรมตามหลักพระธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล : Dhammajarika Sanghavihara Model “
Dhammajarika Foundation of Los Angeles
สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม แห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ตามโครงการสร้างวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร) โดย พระครูพิศาลธรรมจารี ร่วมสมโภชกึ่งทศวรรษ(5ปี) แห่งการสถาปนามูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส และสมโภชอายุวัฒนา คุณแม่สุชาดา ปทะวานิช 85 ปี
................................................
(1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) ประสานและพัฒนาสังคม (3) อบรม สัมมนา และวิชาการ (4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน
................................................
(1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา 1.1) จัดทำแผนพัฒนาศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร”
1.2) พัฒนา”ธรรมจาริกสังฆวิหารตามหลักสัปปายะ 7
1.3) จัดกิจกรรมธรรมะออนไลน์ ตามช่องทางต่างๆ
1.4) สาธยายพระไตรปิฎก ทุกวันพระคืนเพ็ญ
1.5) ทำวัตรสวดมนต์ เจริญสติภาวนา เช้า-เย็น
1.6) แสดงพระธรรมเทศนาทุกวันพฤหัสบดี วันพระ และวันสำคัญ
1.7) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญของชาติไทย และชาติอเมริกา
1.8)จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
1.9) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา
1.10) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามฮีตสิบสอง
1.11) จัดรายการธรรมเอกเขนก
1.12) จัดตั้งกองทุนสัปปายะธรรมสถาน
1.13) จัดทำห้องสมาธิภาวนา และสถานที่บำเพ็ญบุญ
1.14) จัดทำหลักสูตรอบรมธรรมะ ระยะสั้น ระยะยาว และคู่มือการปฏิบัติศาสนกิจ
1.15) ส่งเสริมและสนับสนุนงานเผยแผ่อื่นๆ
.........................................
(2) ประสานและพัฒนาสังคม 2.1) จัดทำโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช
2.2) ประสานหน่วยงานทางสังคมในนครลอสแอนเจลิส
2.3) อำนวยความสะดวกที่พักแก่คณะสงฆ์จากทิศทั้งสี่
2.4) อำนวยความสะดวกที่พักแก่พุทธศาสนิกชนจากทิศทั้งสี่
2.5) กิจกรรมระดมทุนสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
2.6) ร่วมกิจกรรมกับวัดไทยในเมืองต่างๆ
2.7) ร่วมกิจกรรมสัมชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
2.8)อำนวยความสะดวกที่ประชุม สัมมนา
2.9) เป็นศูนย์กลางในการประสานความช่วยเหลือด้านต่างๆ
2.10) รับกิจนิมนต์โปรดญาติโยม และให้คำปรึกษาด้านต่างๆ
2.11) จัดทำโครงการพัฒนาสังคมร่วมกับวัดไทยและองค์กรการกุศลในสหรัฐอเมริกา
2.12) ร่วมอบรมบาลีสัญจร ประชุมงานต่างๆ ของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
2.13) ร่วมสังฆสโมสรรับบาตรที่ไทยทาวน์
2.14) ช่วยออกแบบกราฟฟิก ประสานความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมสัมมาชีพ
2.15) โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร ไทย-อเมริกา
2.16) ส่งเสริมและสนับสนุนงานสังคมในด้านอื่นๆ
.....................................................
(3) อบรม สัมมนา และวิชาการ 3.1) จัดทำเว็ปไซต์ (Website : Dhammajarika )
3.2) จัดทำเฟสบุคส์ (Facebook : พระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส , สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม , Dhammajarika Foundation LA , พระครูพิศาลธรรมจารี)
3.3) จัดทำกรุ๊ปไลน์ (Line : มูลนิธิพระธรรมจาริก LA , Dhammajarika Sanghavihara)
3.4) จัดทำกรุ๊ปแมสเซนเจอร์ (Messenger : Dhammajarika Sanghavihara)
3.5) ประสานพระเถระในเมืองไทย และในสหรัฐอเมริกา
3.6) ประสานนักวิชาการในมหาวิทยาลัย
3.7) จัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้สำคัญๆ
3.8)จัดทำมุมวิชาการและสารสนเทศ
3.9) จัดทำสารนิพนธ์ วิจัย บทความทางวิชาการของ BOU
3.10) จัดทำปฏิทินประจำปี
3.11) จัดทำแผ่นพับ แนะนำองค์กร
3.12) จัดทำงบดุล และรายงานการเงิน
3.13) จัดหนังสืออนุสรณ์ “จดหมายเหตุพระธรรมจาริกสังฆวิหาร”
3.14) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติศาสนกิจประจำปี
3.14) ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการอื่นๆ
.....................................................
(4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน 4.1) จัดระเบียบโครงสร้างการบริหารองค์กร
4.2) จัดทำแผนพัฒนากองทุนนิธิ
4.3) จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
4.4) จัดทำแผนพัฒนาสื่อ เทคโนโลยี
4.5) จัดทำแผนพัฒนาอาคารสถานที่
4.6) จัดโซนสัปปายะธรรมสถาน
4.7) จัดสร้างแลนด์มาร์คขององค์กร
4.8)สร้างอัตตลักษณ์ขององค์กร
4.9) อำนวยความสะดวกในการบริการสถานที่
4.10) ส่งเสริมและสนับสนุนงานบริหารองค์กรด้านอื่นๆ
…………………………………………………
จาก “งานนวกรรม” สู่ “งานวรรรณกรรม” กลับเข้าสู่โหมดวิชาการในภาคค่ำ “ร่องรอยแห่งความดีงาม ร่องรอยแห่งธรรมจาริกสังฆวิหาร”
…………………………………
เรื่องราวแห่งความดีงาม ลำดับที่ 330/2564 สาระธรรมนิพนธ์ “พระธรรมทูตต้นแบบผู้มีคุณูปการต่อวัดไทยสุชาดา” เมื่อวันอังคาร ณ ธรรมสถาน วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร
--------------------
เมื่อเทศกาลงานออกพรรษา 2564 มาถึง อยากจะสรรสาระธรรมนิพนธ์ไว้เป็นอนุสรณ์สักเรื่อง พรรษานี้ข้าพเจ้าปฏิบัติศาสนกิจท่ามกลางบัณฑิตพระธรรมทูตผู้ทรงภูมิ ส่วนข้าพเจ้าเองมิได้จบพระธรรมทูต แต่อยู่ท่ามกลางพระธรรมทูตผู้เป็นศาสนทูต ในพรรษากาลนี้ นับว่าเป็นบุญบารมีที่จะได้ยกวาสนาของตัวเองให้เป็นพระธรรมทูต ด้วยการซึมซับ เรียนรู้ วัตรปฏิบัติอันดีงามของ “พระ” ผู้เป็น “ทูต” บางคราวจึงคิดหลงเลยเถิดไปว่าตัวเองเป็น “พระธรรมทูต” ไปด้วย
………………………………
การปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เมือง Sun Valley California USA. ว่าด้วยการบริหารงาน บริหารบุคคล บริหารวิชาการ บริหารเงิน บริการเทคโนโลยี ล้วนเป็นการบริหารที่ต้องอาศัยความชำนาญ ความรู้ ความสามารถ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง พลิกแพลงสถานการณ์ ปรับตัว เอื้อเฟื้อ อะลุ่มอล่วยซึ่งเป็นการบริหารเชิงกลยุทธ์ บริหารการเปลี่ยนแปลง และบริหารความขัดแย้ง ท่ามกลางสถานการณ์โลกาภิวัตน์ และโรคภัยโควิด
……………………………….
ในการบริหารกิจการของคณะสงฆ์ในอารามนี้ คึกคัก เข้มข้น เพราะพระสงฆ์ที่มาปฏิบัติศาสนกิจล้วนเป็น “พระธรรมทูต” ที่ผ่านการอบรมจากวิทยาลัยพระธรรมทูต ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลักสูตรที่เข้มงวด เข้มข้นดุจเบ้าหลอมพระต้นแบบนักเผยแผ่ จนได้รับวิทยฐานะเป็น “พระธรรมทูตสายต่างประเทศ” รุ่นที่ 19 (พระอาจารย์สุวิทย์) รุ่นที่ 23 (พระอาจารย์ธนาธร) และรุ่นที่ 27 (พระครูนินัยธรบุณยกร) ทุกท่านล้วนเป็นพระธรรมทูตนักเผยแผ่ที่ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม นำความร่มเย็นมาสู่อาราม มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ จัดกิจกรรมครบทั้ง 4 ด้าน ตามหลัก “ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” กล่าวคือ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ประสานและพัฒนาสังคม อบรม ธรรมะ และวิชาการ บริหารสัปปายะธรรมสถาน ตลอดพรรษากาลที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้พระธรรมทูตที่มีความรู้ ความชำนาญ ในการประกาศาสนธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะอารามสะอาดตา พาประชาสะอาดใจ มีกิจกรรมต่างๆมากมาย หลากหลาย และดึงดูดคนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก นับเป็นบารมีธรรมของพระเดชพระคุณ พระธรรมทูต ทั้ง 3 รูป ที่สร้างและพัฒนาอารามแห่งนี้ ให้วัฒนาสถาพร เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้สนทนา ได้เรียนรู้วัตรปฏิบัติ ความรู้ ความคิด ทักษะ เทคนิคสิธีการต่างๆ นับได้ว่าเป็น “ทัศนานุตริยะ”
………………………………..
อย่างไรก็ตามการบริหารงานในอารามนี้ ข้าพเจ้าได้พิจารณาหลักธรรม ตามหลัก “วัฒนมุข 6” หมายถึง ธรรมที่เป็นปากทางแห่งความเจริญ, ธรรมที่เป็นดุจประตูชัยอันจะเปิดออกไปให้ก้าวหน้าสู่ความเจริญงอกงามของชีวิต( channels of growth; gateway to progress)
1. อาโรคยะ (ความไม่มีโรค, ความมีสุขภาพดี - good health) พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจ ณ ธรรมสถาน วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เป็นผู้มีสุขภาวะทางกายดี ทางวาจา ใจดี และทางสังคมดี ทำให้งานในอารามนี้ไม่ติดขัด บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรโดยรวม เราจะเห็นได้ว่า หากพระธรรมทูต ผู้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็นต้นแบบ ต้นบุญ มีสุขภาวะทางกายดี หมายถึง ลุยงานสนามได้ ไม่ออดแอด งอแง ทำงานวัตรปฏิบัติต่างๆ ได้ เป็นการออกกำลังกายทางหนึ่ง เป็นการสร้างสมานฉันท์สามัคคีสงฆ์ทางหนึ่ง ทางวาจาดี หมายถึง พูดดี พูดมงคล พูดภาษิต แสดงถึงภูมิของพระธรรมทูต พูดให้เกิดปัญญา นำพาสาธุชนพ้นทุกข์ และสุขภาวะทางใจดี หมายถึง สุขุม รอบคอบ เยือกเย็น ไม่วู่วาม ไม่หวั่นไหว คิดดี คิดงาม คิดถูกเป็นสัมมาทิฏฐิ ที่รวมความมาแบบนี้ เพราะการมีอโรคยะ คือสุขภาวะองค์รวม จักทำให้ทุกอย่างเกื้อกูลกัน
2. ศีล (ความประพฤติดี มีวินัย ไม่ก่อเวรกัน ได้ฝึกในมรรยาทอันงาม - moral conduct and discipline) พระธรรมทูตที่มาปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจ ทั้ง 3 รุ่น ถึงจะต่างรุ่น ต่างพรรษา ต่างความรู้ ต่างทักษะ ต่างประสบการณ์ แต่เป็นพระธรรมทูตนักเผยแผ่ที่มีอาจาระงดงาม มีวัตรปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบ อาทิ เสนาสนะวัตร อารามสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย อาคันตุกะวัตร การต้อนรับขับสู้ การเชื่อมสัมพันธไมตรี กับวัดต่างๆ สมาคมต่างๆ หน่วยงานต่างๆ ล้วนเป็นเลิศยิ่ง วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร จึงขยายตัวออกไปได้อย่างรวดเร็วในห้วงระยะเวลาอันสั้น วัจจกุฎีวัตร เป็นการทำความสะอาดห้องส้วม ห้องสุขา สำหรับบริการพระสงฆ์จากทิศทั้งสี่ และคณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน คณะญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรม คณะพระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดไทยสุชาดาฯ นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่รู้วัตร มีวัตรอันงดงาม กุฏิ หอฉัน วิหาร ห้องน้ำ ห้องครัว ลานธรรมล้วนสะอาดสวยงาม สมตามหลักการที่ว่า อารามสะอาดตา พาประชาสะอาดใจ พัฒนาวัด พัฒนามนุษยชาติ รวมความว่า พระธรรมทูตทั้ง 3 รุ่น ในอารามวัดไทยสุชาดาฯ เป็นผู้มีศีล อาจาระงดงาม ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ ส่งผลให้อารามสวยงามเป็นระเบียบเป็นปกติอยู่เสมอๆๆ
3. พุทธานุมัต (ศึกษาแนวทาง มองดูแบบอย่าง เข้าถึงความคิดของพุทธชนเหล่าคนผู้เป็นบัณฑิต - conformity or access to the ways of great, enlightened beings) ตลอดระยะเวลาของการสถาปนาวัดไทยสุชาดาฯ มีพระธรรมทูตที่มีความรู้ ความสามารถทรงภูมิชั้นสูง มีแนวทางการบริหารจัดการวัดไทยสุชาดา ให้เจริญรุ่งเรือง และสามารถเป็นต้นแบบของวัดต่างๆ ได้ รวมถึงวัตรปฏิบัติของพระธรรมทูตที่นี่ก็เป็นต้นแบบให้พระธรรมทูตจากวัดอื่นๆ รัฐอื่นๆ มาเยี่มและฝึกวัตรปฏิบัติได้ นอกจากนี้ เป็นแบบฉบับของการคิดงานเป็น ทำงานเป็น และแก้ปัญหาเป็น เป็นบัณฑิตที่มีแบบฉบับอันดีงาม
4. สุตะ (ใฝ่เล่าเรียนหาความรู้ ฝึกตนให้เชี่ยวชาญและทันต่อเหตุการณ์ - much learning) ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติศาสนกิจทั่งในพรรษากาล ออกพรรษา พระธรรมทูตทั้ง 3 รุ่น ล้วนมีทักษะใฝ่เล่าเรียน เพียรศึกษาด้านต่างๆ มีความชำนาญในการเทศน์ การจัดสถานที่ นวกรรม การเขียนงานวิชาการ ทักษะถ่ายภาพ เขียนหนังสือ ออกแบบกราฟิก การประสานงาน ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เกื้อกูลพระศาสนาทั้งสิ้น
5. ธรรมานุวัติ (ดำเนินชีวิตและกิจการงานโดยทางชอบธรรม - practice in accord with the Dhamma; following the law of righteousness) การมีส่วนร่วมในการกำหยดกิจวัตรประจำวันของคณะสงฆ์ในอาราม นับว่าเป็นการร่างธรรมนูญอันดีงามในอาราม เป็นธรรมานุวัติ ทั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนในวันหนึ่งๆ เป็นวิถีชีวิตที่อาศัยธรรมนูญของอาราม อาทิ พร้อมเพรียงกันตื่นจำวัด พร้อมเพรียงกันฉันเช้า พร้อมเพรียงกันทำวัตรเช้าเจริญสติภาวนาสาธยายพระพุทธมนต์ พร้อมเพรียงกันร่วมปฏิบัติการพิเศษในแต่ละวัน พร้อมเพรียงกันฉันเพล พร้อมเพรียงการทำวัตรต่าง ๆ อาทิ เสนาสนะวัตร เป็นต้น พร้อมเพรียงกันทำวัตรเย็น พร้อมเพรียงกันประชุม และงานอื่นๆๆๆ
6. อลีนตา (เพียรพยายามไม่ระย่อ, มีกำลังใจแข็งกล้า ไม่ท้อถอยเฉื่อยชา เพียรก้าวหน้าเรื่อยไป - unshrinking preseverance) ตลอดระยะเวลาในพรรษากาลที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า พระธรรมทูตทั้งรุ่นที่ 19 รุ่นที่ 23 และรุ่นที่ 27 ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ตถาคตที่ไม่ระย่อ อดทนอดกลั้น ไม่เฉื่อยชา เพียรบำเพ็ญประโยชน์ต่อตนเอง ต่ออาราม ต่อสังคมอย่างไม่ลดละ จนทำให้อารามแห่งนี้สวยงามในพริบตา ข้าพเจ้าได้ซึมซับและเรียนรู้วัตรปฏิบัติจากคณะพระธรรมทูต และการได้คบค้าสมาคมกับพระธรรมทูตผู้เป็นบัณฑิต อันเป็นตัวแทนแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสมนามว่า “พระธรรมทูต” ผู้เป็นศาสนทูตในการประกาศธรรมะของพระพุทธเจ้าโดยแท้ นับว่าเป็นวาสนาของข้าพเจ้าที่จะได้ยกภูมิของตนให้เป็นพระธรรมทูตไปด้วยในคราวนี้
อย่างไรก็ตาม ธรรม 6 ประการดังที่ข้าพเจ้าได้ยกอภิปรายมา สงเคราะห์ลงในพระธรรมทูตต้นแบบ ในชุดนี้ (พจนานุกรมพุทธศาสตร์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) ในบาลีเรียกว่า อัตถทวาร (ประตูแห่งประโยชน์, ประตูสู่จุดหมาย) หรือ อัตถประมุข (ปากทางสู่ประโยชน์, ต้นทางสู่จุดหมาย) และอรรถกถาอธิบายคำอัตถะ ว่า หมายถึง “วุฒิ” คือความเจริญ ซึ่งได้แก่ วัฒนะ ดังนั้นจึงอาจเรียกว่า วุฒิมุข หรือที่คนไทยรู้สึกคุ้นมากกว่าว่า วัฒนมุข ซึ่งข้าพเจ้าอภิปรายธรรมนิพนธ์ในงานพระธรรมทูตต้นแบบผู้มีคุณูปการต่อวัดไทยสุชาดาฯ ณ วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ดังพรรณนามาแล้วนั้น
อนึ่ง ในฝ่ายอกุศล มีหมวดธรรมรู้จักกันดีที่เรียกว่า อบายมุข 6 ซึ่งแปลว่า ปากทางแห่งความเสื่อม จึงอาจเรียกธรรมหมวดนี้ด้วยคำที่เป็นคู่ตรงข้ามว่า อายมุข 6 (ปากทางแห่งความเจริญ)
J.I.366 ขุ.ชา. 27/84/27 กราบขอบพระคุณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่สรรสร้างองค์กรทางพระศาสนา ผลิตบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับโลกอย่างไพศาล

















