ข่าวสารสร้างสรรค์ (โครงการพิเศษ ลำดับที่ 165) โครงการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช โครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช

  • 4 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

โครงการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช

โครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช

11029 Fenway Street, Sun Valley. California, USA.

1. บทนำ

(1.1) ชื่อโครงการ

: โครงการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด

: โครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช

  (1.2) โดยความร่วมมือ : ผู้ประสานงาน

    (1) นางวรินทร์ทิพย์ แจ้งดี สมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ โทร...........................................

    (2) พระครูพิศาลธรรมจารี วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร โทร.818-6191541

    (3) นางวิรังรอง ถาวโรทิพย์ มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส โทร...........................................

   (1.3) สถานที่ตั้งโครงการ

            วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร 11029 Fenway Street, Sun Valley California, USA.

   (1.4) เว็ปไซต์ : www.Dhammajarika.Org

   (1.5) เฟสบุ๊ก : โครงการสร้างวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร

    Dhammajarika Foundation of Los Angeles

2.เนื้อหาโครงการ

2.1 ความเป็นมา

(1) หลักการพระธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล

การสถาปนาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส คณะสงฆ์วัดศรีโสดา พระอารามหลวง คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร โดยใช้หลักการธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล มีแนวคิดมาจาก “หลักชาวพุทธ ภูมิธรรมขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาการแหงชีวิตและสังคม” ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุต ปยุตฺโต) มีวิสัยทัศน์ในการสถาปนาวัด : สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม แห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย (Creative Sangha for Creating Society Of learning according to the Buddhist way of life )

หลักการธรรมจาริกสังฆวิหาร ( Dhammajarika Sanghavihara Model) (1) การสร้างสรรค์สังฆะ คือการพัฒนาศักยภาพของคณะทำงานให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ทำงานเป็นทีม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน (2) การสร้างสรรค์สังคม คือ การพัฒนากลุ่มคนให้เป็นสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็ง สังคมแห่งความเอื้ออาทรไม่ทอดทิ้งกัน สังคมแห่งประชาธิปไตย (3) การเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ ให้ตื่นรู้ ไม่ประมาท สำรวมระวังกาย วาจา ใจ (4) วิถีธรรม ปฏิบัติตนตามทำนองคลองธรรม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และ (4) ดำรงตนตามประเพณี วิถีวัฒนธรรมไทย สู่การ “สถาปนาสังฆวิหาร” คือ การสร้างสรรค์สถานที่ ที่อยู่ ที่ปฏิบัติศาสนกิจ ที่พัฒนาศักยภาพ ให้เป็นสัปปายะธรรมสถาน เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของกลุ่มคนทุกกลุ่ม สมดังพระบาลี “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” แปลความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และเพื่อความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น (ศีล) งามในท่ามกลาง (สมาธิ) และงามในที่สุด (ปัญญา) เถิด…ดังนี้เป็นต้น "เพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติหรือคนไทยในต่างแดน ได้พากันตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ คือ ช่วยทำให้เขาได้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกทางใจ จะได้มีแสงสว่างจากพระธรรม เป็นเครื่องส่องทางชีวิต เป็นการช่วยสร้างและช่วยเพิ่มสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลกด้วย เมื่อมีผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในไตรสรณคมณ์ ตั้งมั่นอยู่ในศีลและการปฏิบัติวิปัสสนา ก็จะเป็นศาสนบุคคลที่ดี เมื่อพวกเขาได้เข้าใจและซาบซึ้งในศาสนธรรมดีแล้ว ด้วยแรงศรัทธาในพระรัตนตรัยที่พวกเขามี พวกเขาจะร่วมมือกันหาทางก่อสร้างวัดไทยขึ้นมาเอง แล้วก็จะทำให้วัดไทยในต่างแดนมีเพิ่มขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัยที่ตั้งอยู่ในดวงใจของพวกเขาโดยแท้" โดยมีภารกิจ 4 ประการ คือ (1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) ประสานและพัฒนาสังคม (3) อบรมธรรมะ และวิชาการ (4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน

คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้ศึกษาหลักการและการปฏิบัติเพื่อเป็นทิศทางการปฏิบัติสังฆกรณียกิจทั้งปวงในต่างประเทศ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านได้นิพนธ์หลักการ หลักชาวพุทธ ดังประมวลค่อไปนี้ …….“การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ : หลักชาวพุทธ 12 ประการ”

หลักการและปฏิบัติการที่เรียกว่า “หลักชาวพุทธ” ดังต่อไปนี้ เป็นภูมิธรรมขั้นพื้นฐานของชาวพุทธ ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในหลักการและดำเนินตามปฏิบัติการนี้ นอกจากเป็นชาวพุทธสมแก่นามแล้ว จะมีชีวิตที่พัฒนาก้าวหน้างอกงาม และช่วยให้สังคมเจริญมั่นคงดำรงอยู่ในสันติสุข เป็นผู้สืบต่อวิถีชาวพุทธไว้ พร้อมทั้งรักษาธรรมและความเกษมศานต์ให้แก่โลก “หลักชาวพุทธ” อันพึงถือเป็นบรรทัดฐาน มีดังต่อไปนี้ ๑. ฝึกแล้วคือเลิศมนุษย์ :ข้าฯ มั่นใจว่า มนุษย์จะประเสริฐเสิศสุด แม้กระทั่งเป็นพุทธะได้ เพราะฝึกตนด้วยสิกขา คือ การศึกษา ๒. ใฝ่พุทธคุณเป็นสรณะ : ข้าฯ จะฝึกตนให้มีปัญญา มีความบริสุทธิ์และมีเมตตากรุณา ตามอย่างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓. ถือธรรมะเป็นใหญ่ : ข้าฯ ถือธรรม คือความจริง ความถูกต้อง ดีงาม เป็นใหญ่ เป็นเกณฑ์ตัดสิน ๔. สร้างสังคมให้เยี่ยงสังฆะ : ข้าฯ จะสร้างสังคมตั้งแต่ในบ้านให้มีสามัคคี เป็นที่มาเกื้อกูลร่วมกันสร้างสรรค์ ๕. สำเร็จด้วยกระทำกรรมดี : ข้าฯ จะสร้างความสำเร็จ ด้วยการกระทำที่ดีงามของตน โดยพากเพียรอย่างไม่ประมาท จากหลักการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเป็นหลักการที่สอดรับสอดคล้องกับปณิธานธรรมของคณะพระธรรมจาริกลอสแองเจลิส ที่ว่า สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย

(2) หลักการโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ด้วย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และฐานะทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความยากลำบากในหมู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องปรับรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งทรงพระดำริว่า วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย จึงสมควรที่จะให้วัดที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ดำเนินภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่ดำรงอยู่นับแต่อดีตกาล

การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด ทั้งนี้ มิใช่การบังคับ แต่เป็นการกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ โดยให้คำนึงถึงความความพร้อมของแต่ละวัด ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ อีกทั้งให้ประสานภารกิจร่วมกับหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริหารจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด"

อนึ่ง เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ประทานพระดำริให้วัดตั้ง “โรงทาน-รพ.สนาม” ช่วยเหลือประชาชนจากโควิด-19 ตามประกาศ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชที่ 2 / 2564 เรื่อง ประทานพระดำริให้วัดที่มีศักยภาพร่วมมือกับทางราชการในการช่วยเหลือประชาชน เนื้อหาระบุว่า ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความรุนแรงมากขึ้นอีกระลอก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวาง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามข่าวสารมาโดยตลอด พร้อมประทานพระดำริว่า วัดหลายแห่งในประเทศไทยมีอาคารสถานที่ โรงครัว อุปกรณ์ บุคลากร หรือปัจจัยอื่นๆ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการบรรเทาความเดือดร้อนในด้านต่างๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร การตั้งโรงพยาบาลสนาม การบริจาควัตถุปัจจัย หรือการเอื้อเฟื้อพื้นที่สำหรับบริหารจัดการด้านต่างๆ ได้ จึงขอให้คณะสงฆ์และวัดที่มีศักยภาพ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามที่ได้รับการร้องขอ ตามที่ได้ประสานความเข้าใจร่วมกันกับชุมชนแล้ว และตามกำลังความสามารถ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลด้านสาธารณสงเคราะห์ อันเป็นหนึ่งในบทบาทหน้าที่สำคัญของคณะสงฆ์ต่อไป ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านต่างๆ ของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และของทางราชการอย่างเคร่งครัด โอกาสนี้ โปรดให้เชิญรับสั่งประทานพรและกำลังใจแก่แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จิตอาสา และผู้ทุ่มเทเสียสละสรรพกำลังเพื่อบำบัดบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนทุกภาคส่วน ให้ประสบสวัสดิภาพและอิ่มเอิบในกุศลจริยาซึ่งได้บำเพ็ญ อันจักเป็นพลังสร้างสรรค์ประโยชน์สุขส่วนรวมให้ทวีคูณยิ่งขึ้นในสังคมไทยสืบไป

“พระกรุณาในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก”

ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส เมืองSun Valley California USA. ได้รับพระกรุณาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงโปรดประทานผ้าพระกฐิน ทอดถวายแก่ภิกษุผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส และได้รับพระกรุณาถวายพระนามพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมบรมจักพรรดิ์ ทรงเครื่องสีขาว เพื่ออัญเชิญมากประดิษฐาน ณ ลานธรรมสภา ในโอกาสนี้ นางสมหมาย อยู่คง คหบดีจากร้านบางกอกสปา ได้กราบทูลขอพระกรุณา ขอประทานน้ำสรงและผ้าไตรในการสมโภช ทรงพระกรุณาตามที่ขอประทานกราบทูลทุกประการ นับเป็นพระกรุณาที่หาที่สุดมิได้ต่อคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้สนองพระดำริ มีการจัดโรงทานเรื่อยมาตู้บริการปันสุข บริการน้ำดื่มชุมชนสุขภาพดี เวชภัณฑ์ อาหาร และข้าวสารอาหารแห้ง ร่วมกับสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ และสโมสรโรตารีไทยทาวน์

สานต่อพระปณิธานพระดำริ สมเด็จพระสังฆราช”

ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อเป็นการสานต่อพระปณิธานพระดำริ และสนองพระเดชพระคุณในเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่ทรงมีต่อคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร และพุทธศาสนิกชน สังฆบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในปีนี้ทางคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ร่วมกับสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ จึงกำหนดจัดทำโครงการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช และโครงการพัฒนาภูมิสถาปัตย์วัดไทยสุชาดาฯ ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช ขึ้น ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๕

2.2 วัตถุประสงค์

(1) เพื่อประยุกต์และบูรณาการหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดลพัฒนาวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช

(2) เพื่อพัฒนาภูมิสถาปัตย์ วัดไทยสุชาดาฯ ให้เป็นรมณียสถาน เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของสังฆบริษัททั้งในและต่างประเทศ

(3) เพื่อจัดทำโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด

2.3 กิจกรรมหลัก ๒ กิจกรรม คือ

(1) มุ่งพัฒนาธรรมสถานให้เป็นรมณียสถาน ปรับปรุงภูมิสถาปัตย์ ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย ชาวพุทธ เป็นที่ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นที่ปฏิบัติธรรม สนทนาธรรม เป็นที่ประชุมสัมมนา อบรมต่างๆ เป็นที่พักผ่อนของสังฆบริษัท ได้แก่

(1.1) ปรับปรุงวิหาร

(1.2) ปรับปรุงห้องสมุด

(1.3) ปรับปรุงหอฉัน

(1.4) ปรับปรุงลานธรรมสภา

(1.5) ปรับปรุงลานธรรมคีตศิลป์

(1.6) ปรับปรุงสวนหย่อม

(1.7) ปรับปรุงมุมบริการน้ำดื่มชุมชนเพื่อสุขภาพดี ฯลฯ

(2) จัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ทางคณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกาคณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ได้กำหนดให้มีกิจกรรมตามพระดำริมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด สืบมายังดำเนินการอยู่ที่วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร

(2.1) จัดมุมบริการน้ำดื่มชุมชนเพื่อสุขภาพดี

(2.2) ตั้งตู้ปันสุขสำหรับแจกข้าวสารอาหารแห้งและเวชภัณฑ์พื้นฐาน

(2.3) จัดมุมบริการเครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ เครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็น และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นพื้นฐาน

(2.4) บริการอาหารกลางวัน(หลังภัตตาหารเพล)ทุกวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบแวะเวียนไปมายังวัดไทยสุชาดาฯ

(2.4) บริการตรวจโควิด ประสานงานด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

2.4 กลุ่มป้าหมายโครงการ

 กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ทุกกลุ่ม

2.5 ระยะเวลาดำเนินการ

1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2565 และต่อเนื่อง

2.6 กระบวนการดำเนินการ

      (2.6.1) ขั้นเตรียมการ

(1) ประชุมคณะทำงาน หารือประเด็น กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรม

(2) ร่างหลักการ รายละเอียดกิจกรรม โครงการ

(3) กำหนดกิจกรรม วิธีการ มอบหมายงาน ประสานผู้เกี่ยวข้อง

      (2.6.2)ขั้นดำเนินการ

(1) ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ

(2) จัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ ตั้งคณะทำงาน ผู้ประสานงาน ฯลฯ

(3) ปฏิบัติการตามแผนงานที่กำหนด กิจกรรมส่วนที่ 1 พัฒนาภูมิสถาปัตย์ ปรับปรุงธรรมสถานวัดไทยสุชาดาฯ ให้เป็นรมณียสถาน สะอาด สวยงาม เป็นระเบียบ วิหาร ลานธรรม ห้องน้ำ ห้องครัว ห้อวสมุด สวนหย่อม แผนกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมส่วนที่ 2 ระดมทุน จัดทำตู้ปันสุข มุมบริการน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ จัดกิจกรรมทางสังคม ร่วมรับประทานอาหารหลังถวายเพล(ทุกวันพระหรือตามวันสำคัญทางศาสนา) ประชุม อบรม สัมมนา เยี่ยมยามถามข่าว สงเคราะห์ข้าวสารอาหารแห้ง สงเคราะห์ทุนช่วยเหลือเบื้องต้น และอื่นๆ

       (2.6.3)ขั้นสรุปผลการดำเนินการ

(1) สรุปผลการดำเนินการ : ประชุมกลุ่มย่อย สอบถาม สัมภาษณ์ จัดทำสถิติ

(2) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร : ผ่านสื่อโซเชียล และผ่านมุมสารสนเทศวัดไทยสุชาดาฯ

2.7 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

          (1) เกิดแนวทางการร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ หน่วยงาน สมาคม ชมรม ห้างร้านต่างๆ และแนวทางการประยุกต์และบูรณาการหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดลพัฒนาวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ฉลองพระชันษา ๙๕ ปี สมเด็จพระสังฆราช

          (2) เกิดศูนย์รวมทางจิตใจของสังฆบริษัททั้งในและต่างประเทศ

          (3) ได้สงเคราะห์เบื้องต้นตามโครงการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด


อัลบั้มภาพ

`