ข่าวสารสร้างสรรค์ (บทความลำดับที่ 166) การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ : วัดไทยสุชาดาฯ องค์กรแห่งความสุข และ “ยุทธศาสตร์…วัดนี้ดีจัง” ของคณะทำงานมูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแงเจลิส

  • 4 ปีที่แล้ว
  • pichainart1976

“ยุทธศาสตร์…วัดนี้ดีจัง”

วัดไทยสุชาดาฯ สถาปนาแล้ว

สุดเพริศแพร้วเรืองรองผ่องไพศาล

พระพุทธปฏิมาอร่ามงามตระการ

สืบปณิธานแห่งองค์พระส้มมา

บรรยากาศสร้างสรรค์ตามแนวพุทธ

ประเสริฐสุดสืบสานพระศาสนา

ทั้งชาวไทย ชาวเทศล้วนมีศรัทธา

น้อมวันทาคณะสงฆ์ผู้เบิกทาง

ท่านพระครูพิชัยนาถฯจัดการเก่ง

ท่านเหมาะเหม็งสรรพศาสตร์มิขัดขวาง

อุบาสก อุบาสิกาล้วนมือวาง

ร่วมรังสรรคสังฆอนุโมทนา

-ประพันธ์ถวายโดย อ.ฉวีวรรณ แสงสว่าง-


(1)

ยุทธศาสตร์ : วัดไทยสุชาดาฯ องค์กรแห่งความสุข

แนวคิดและหลักการสร้างองค์กรแห่งความสุข ๘ ประการ

ประเด็น สิ่งที่อยากเห็น

๑) Happy body มีสุขภาพดี สุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจมาจากการที่รู้จักใช้ชีวิต รู้จักกิน รู้จักนอน ชีวิตมีความสุข

๒) Happy heart มีน้ำใจงาม สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการที่มนุษย์จะอยู่กับคนอื่นได้ต้องมีน้ำใจคิดถึงคนอื่น เอื้ออาทรต่อกัน เพราะคนเราอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ ต้องรู้จักแบ่งปันอย่างเหมาะสม

๓) Happy relax การผ่อนคลาย ต้องรู้จักผ่อนคลายสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิต เพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกกดดันมากเกินไป หากทำงานเครียดก็ต้องมีวิธีผ่อนคลายในการทำงาน หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัวก็ด้วย ต้องรู้จักผ่อนคลายให้เหมาะสม

๔) Happy brain การหาความรู้ มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยการศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลาจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำไปสู่การเป็นมืออาชีพและเกิดความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน หรือพูดง่ายๆ คือ เรียนเพื่อรู้ และสอนคนอื่นได้ในงานที่ตนรู้

๕) Happy soul การมีคุณธรรม อันเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม คือการมี หิริโอตตัปปะ ในการทำงานเป็นทีม หิริโอตตัปปะ คือ ความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำของตนเองโดยเฉพาะการกระทำที่ไม่ดี คนดีมีคุณธรรมนำมาซึ่งความสุขขององค์กร เพราะคนมีความศรัทธาในศาสนาและมี ศีลธรรมในการดำเนินชีวิต

๖) Happy money รู้จักใช้เงินให้เป็น สามารถจัดการรายรับรายจ่ายของตัวเองได้ มีเงินรู้จักเก็บรู้จักใช้ เป็นหนี้ให้พอดี มีชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะวันนี้คนปฏิเสธการเป็นหนี้ไม่ได้ แต่สามารถจัดการค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับตนเองได้

๗) Happy family ครอบครัวที่ดี การให้ความสำคัญกับครอบครัวทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่นมั่นคง เกิดกำลังใจที่ดีในการทำงาน เหมือนเป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้เผชิญกับอนาคตหรืออุปสรรคในชีวิตได้

๘) Happy society สังคมดี สังคมมีสองมิติ คือ สังคมในที่ทำงานกับสังคมนอกที่ทำงาน มนุษย์ทุกคนต้องมีความรักสามัคคีเอื้อเฟื้อต่อสังคมที่ตนเองอยู่อาศัย เพื่อให้เกิดสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีตามมา

การสร้างความสุขในที่ทำงานไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งในองค์กร เป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อสร้างความสุขให้เกิดในที่ทำงาน ทำให้ที่ทำงานเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของคนทำงาน

(2)

ยุทธศาสตร์ “วัดนี้ดีจัง

แนวคิดและหลักการ 9 ดี วิถีพุทธ

ประเด็น สิ่งที่อยากเห็น

1) อาวาสดี (อาวาสสัปปายะ)

 ที่อยู่เหมาะสม สงบ เงียบวิเวก ไม่พลุกพล่านจอแจ สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย

2)สัญจรดี (โคจรสัปปายะ) สัญจรเหมาะสม ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ตลาด โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญๆ ถนนหนทางสะดวก ยานพาหนะสะดวก ไปมาสะดวก ไม่ลำบากเรื่องการเดินทาง

3)วาจาดี (ภัสสสัปปายะ)

 วาจาเหมาะสม พูดคุย-รับฟังแต่พอประมาณ ในอรรถในธรรม มีปิยวาจา ต้อนรับขับสู้ ด้วยอัธยาศัยไมตรี สนทนาแต่เรื่องดีๆ สร้างประโยชน์ให้ตัวเอง ไม่มอมเมาไปในทางที่ผิด

4) บุคคลดี (ปุคคลสัปปายะ) บุคคลเหมาะสม คิดดี พูดดี ทำดี มีแต่ปัญญาชน นักปราชญ์ กัลยาณมิตร ทั้งพระสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน มีผู้รู้ ครูบาอาจารย์ และกัลยาณมิตร คอยชี้แนะชักนำไปในทางที่ถูกที่ควร

5) อาหารดี (โภชนสัปปายะ) อาหารเหมาะสม เพียงพอ เกื้อกูลต่อสุขภาพ บริโภคอาหารแต่พอประมาณ ไม่มากเกินไป

6) อากาศดี (อุตุสัปปายะ) ดินฟ้าอากาศธรรมชาติเหมาะสม กำลังสบาย ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป ไม่มีพายุรุนแรง ปราศจากภัยธรรมชาติ

7) อิริยาบถดี (อิริยาปถสัปปายะ) อิริยาบถเหมาะสม ในสัดส่วนของการยืน-เดิน-นั่ง-นอน มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อการเปลี่ยนอิริยาบถทั้งนั่ง ยืน เดิน นอน จัดการพื้นที่ให้ยืน นั่ง เดิน ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่อึดอัดระหว่างการปฎิบัติธรรม

8) มีวัตรดี / วินัยดี ปฏิบัติตามวัตร 14 เรียนรู้วัตร มีวัตร เคร่งครัดในวัตร

9) ทำดี ทำทันที ทำอย่างรอบคอบ เยือกเย็น ไม่วู่วาม ไม่หวั่นไหว ขันติ สติ และมุ่งมั่น

(3)

ถอดบทเรียน ร่องรอยแห่งความดีงาม “

ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดลสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

“วัดไทยสุชาดาฯ องค์กรแห่งความสุข”

วัดนี้ดีจัง”

(1) แรกเริ่ม เดิมที กับที่มาที่ไป

(1.1) สืบสานปณิธานพระมหาเถระ สร้างวัดสาขาในต่างประเทศ

(1.2) ขยายแนวคิดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการปฏิบัติศาสนกิจต้นแบบ “พระธรรมจาริกโมเดล”สู่สากล

(1.3) ประกาศเกียรติคุณงานพระธรรมจาริกให้กว้างขวาง กว้างไกลในต่างแดน

(1.4) สรรหาพื้นที่ฝึกศาสนกิจเพื่อพัฒนาศักยภาพพระธรรมจาริกยุคใหม่ในต่างประเทศ

(1.5) เพื่อพิสูจน์องค์ความรู้พระธรรมจาริก ทบทวนองค์ความรู้พระธรรมจาริก และจัดการองค์ความรู้พระธรรมจาริกในต่างประเทศ

(2) แนวคิด/วิสัยทัศน์

 “สังคมคุณธรรม ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย”

“สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย

(3) เป้าหมาย

(3.1) สร้างสังฆบริษัทคุณภาพ

(3.2) สร้างสังคมคุณธรรม

(3.3) สร้างสังคมเข้มแข็ง

(3.4) สร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร

(3.5) สร้างสังคมแห่งกัลยาณมิตรธรรมาธิปไตย

(3.6) สร้างสัปปายะธรรสถาน สังฆะวิหารพื้นที่ทางสังคมของสังฆบริษัท

 (4) ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล

(4.1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา

(4.2) ประสานและพัฒนาสังคม

(4.3) อบรม สัมมนา และวิชาการ

(4.4) พัฒนาสัปปายะธรรมสถาน

(5) กระบวนการ T-PAR T :

Team สร้างทีมงาน / พัฒนาทีมงาน / ประชุมทีมอย่างเนืองนิตย์

 P : Plan จัดทำแผนและกำหนดทิศทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม

 A : Activity / Action กำหนดกิจกรรมและการปฏิบัติที่หลากหลายเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย

 R : Result ผลลัพธ์ ถอดบทเรียน สรุปบทเรียน ประมวลข้อมูล และคืนข้อมูลสู่ชุมชน

(6) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

(5.1) มีที่ : มีธรรมสถาน วิหาร ลานธรรม

(5.2) มีทีม : มีกลุ่มแกนนำ คณะสงฆ์ คณะอุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน

(5.3) มีทุน : มีกองทุน เทคโนโลยี วิชาการ ทรัพยากรบุคคลและความร่วมมือ

(5.4) เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ ความร่วมมือกับกัลยาณมิตรและองค์กรต่างๆ เกิดแผนงานและทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การพัฒนาสังคม การพัฒนางานวิชาการและสารสนเทศ การพัฒนาสถานที่ต้นแบบ

(7) ปัจจัยความสำเร็จ : 9 ดี วิถีพุทธ :

(6.1)อาวาสดี (อาวาสสัปปายะ) ที่อยู่เหมาะสม สงบ เงียบวิเวก ไม่พลุกพล่านจอแจ สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย

(6.2) สัญจรดี (โคจรสัปปายะ) สัญจรเหมาะสม ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ตลาด โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญๆ ถนนหนทางสะดวก ยานพาหนะสะดวก ไปมาสะดวก ไม่ลำบากเรื่องการเดินทาง

(6.3) วาจาดี (ภัสสสัปปายะ) วาจาเหมาะสม พูดคุย-รับฟังแต่พอประมาณ ในอรรถในธรรม มีปิยวาจา ต้อนรับขับสู้ ด้วยอัธยาศัยไมตรี

(6.4)บุคคลดี (ปุคคลสัปปายะ) บุคคลเหมาะสม คิดดี พูดดี ทำดี มีแต่ปัญญาชน นักปราชญ์ กัลยาณมิตร ทั้งพระสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา คณะทำงาน

(6.5)อาหารดี (โภชนสัปปายะ) อาหารเหมาะสม เพียงพอ เกื้อกูลต่อสุขภาพ บริโภคอาหารแต่พอประมาณ ไม่มากเกินไป

(6.6) อากาศดี (อุตุสัปปายะ) ดินฟ้าอากาศธรรมชาติเหมาะสม กำลังสบาย ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป ไม่มีพายุรุนแรง ปราศจากภัยธรรมชาติ

(6.7) อิริยาบถดี (อิริยาปถสัปปายะ) อิริยาบถเหมาะสม ในสัดส่วนของการยืน-เดิน-นั่ง-นอน มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอต่อการเปลี่ยนอิริยาบถทั้งนั่ง ยืน เดิน นอน

(6.8) มีวัตรดี / วินัยดี ปฏิบัติตามวัตร 14 เรียนรู้วัตร มีวัตร เคร่งครัดในวัตร

(6.9) ทำดี ทำทันที ทำอย่างรอบคอบ เยือกเย็น ไม่วู่วาม ไม่หวั่นไหว ขันติ สติ และมุ่งมั่น

“กิจกรรมตามหลักพระธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล

: Dhammajarika Sanghavihara Model “Dhammajarika Foundation of Los Angeles

สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม แห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย ตามโครงการสร้างวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร (วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร) โดย พระครูพิศาลธรรมจารี ร่วมสมโภชกึ่งทศวรรษ(5ปี) แห่งการสถาปนามูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส

(1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) ประสานและพัฒนาสังคม (3) อบรม สัมมนา และวิชาการ (4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน

(1) เผยแผ่พระพุทธศาสนา

1.1) จัดทำแผนพัฒนาวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร”

1.2) พัฒนา”ธรรมจาริกสังฆวิหารตามหลักสัปปายะ 7

1.3) จัดกิจกรรมธรรมะออนไลน์ ตามช่องทางต่างๆ

1.4) สาธยายพระไตรปิฎก ทุกวันพระคืนเพ็ญ

1.5) ทำวัตรสวดมนต์ เจริญสติภาวนา เช้า-เย็น

1.6) แสดงพระธรรมเทศนาทุกวันพฤหัสบดี วันพระ และวันสำคัญ

1.7) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญของชาติไทย และชาติอเมริกา

1.8)จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์

1.9) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา

1.10) จัดปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลตามฮีตสิบสอง

1.11) จัดรายการธรรมเอกเขนก

1.12) จัดตั้งกองทุนสัปปายะธรรมสถาน

1.13) จัดทำห้องสมาธิภาวนา และสถานที่บำเพ็ญบุญ

1.14) จัดทำหลักสูตรอบรมธรรมะ ระยะสั้น ระยะยาว และคู่มือการปฏิบัติศาสนกิจ

1.15) ส่งเสริมและสนับสนุนงานเผยแผ่อื่นๆ

(2) ประสานและพัฒนาสังคม

2.1) จัดทำโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช

2.2) ประสานหน่วยงานทางสังคมในนครลอสแอนเจลิส

2.3) อำนวยความสะดวกที่พักแก่คณะสงฆ์จากทิศทั้งสี่

2.4) อำนวยความสะดวกที่พักแก่พุทธศาสนิกชนจากทิศทั้งสี่

2.5) กิจกรรมระดมทุนสงเคราะห์ผู้ประสบภัย

2.6) ร่วมกิจกรรมกับวัดไทยในเมืองต่างๆ

2.7) ร่วมกิจกรรมสัมชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

2.8)อำนวยความสะดวกที่ประชุม สัมมนา

2.9) เป็นศูนย์กลางในการประสานความช่วยเหลือด้านต่างๆ

2.10) รับกิจนิมนต์โปรดญาติโยม และให้คำปรึกษาด้านต่างๆ

2.11) จัดทำโครงการพัฒนาสังคมร่วมกับวัดไทยและองค์กรการกุศลในสหรัฐอเมริกา

2.12) ร่วมอบรมบาลีสัญจร ประชุมงานต่างๆ ของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

2.13) ร่วมสังฆสโมสรรับบาตรที่ไทยทาวน์

2.14) ช่วยออกแบบกราฟฟิก ประสานความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมสัมมาชีพ

2.15) โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร ไทย-อเมริกา

2.16) ส่งเสริมและสนับสนุนงานสังคมในด้านอื่นๆ

(3) อบรม สัมมนา และวิชาการ

3.1) จัดทำเว็ปไซต์ (Website : Dhammajarika )

3.2) จัดทำเฟสบุคส์ (Facebook : พระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส , สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคม , Dhammajarika Foundation LA , พระครูพิศาลธรรมจารี)

3.3) จัดทำกรุ๊ปไลน์ (Line : มูลนิธิพระธรรมจาริก LA , Dhammajarika Sanghavihara)

3.4) จัดทำกรุ๊ปแมสเซนเจอร์ (Messenger : Dhammajarika Sanghavihara)

3.5) ประสานพระเถระในเมืองไทย และในสหรัฐอเมริกา

3.6) ประสานนักวิชาการในมหาวิทยาลัย

3.7) จัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้สำคัญๆ

3.8)จัดทำมุมวิชาการและสารสนเทศ

3.9) จัดทำสารนิพนธ์ วิจัย บทความทางวิชาการของ BOU

3.10) จัดทำปฏิทินประจำปี

3.11) จัดทำแผ่นพับ แนะนำองค์กร

3.12) จัดทำงบดุล และรายงานการเงิน

3.13) จัดหนังสืออนุสรณ์ “จดหมายเหตุพระธรรมจาริกสังฆวิหาร”

3.14) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติศาสนกิจประจำปี

3.14) ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการอื่นๆ

(4) บริหารสัปปายะธรรมสถาน

4.1) จัดระเบียบโครงสร้างการบริหารองค์กร

4.2) จัดทำแผนพัฒนากองทุนนิธิ

4.3) จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร

4.4) จัดทำแผนพัฒนาสื่อ เทคโนโลยี

4.5) จัดทำแผนพัฒนาอาคารสถานที่

4.6) จัดโซนสัปปายะธรรมสถาน

4.7) จัดสร้างแลนด์มาร์คขององค์กร

4.8)สร้างอัตตลักษณ์ขององค์กร

4.9) อำนวยความสะดวกในการบริการสถานที่

4.10) ส่งเสริมและสนับสนุนงานบริหารองค์กรด้านอื่นๆ


อัลบั้มภาพ

`