ข่าวสารสร้างสรรค์ (ลำดับที่ 221) ปัจฉิมบรรพ : หนังสืออนุสรณ์ “ปาฏิหาริย์แห่งธรรม(ทำ)”ใต้ร่มพระบารมี สังฆกรณียกิจในต่างประเทศ
ปัจฉิมบรรพ : หนังสืออนุสรณ์ “ปาฏิหาริย์แห่งธรรม(ทำ)”
……………………………………………..
เมื่อการเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายในทุติยพรรษากาล มีร่องรอยแห่งปาฏิหาริย์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องใหม่ เรื่องเก่า เรื่องใหญ่ เรื่องเล็ก ทั้งกิจวัตร กิจกรรม กิจการ ในธรรมสถานแห่งนี้ เพียงชั่วแวบเดียวที่ธรรมสถานสถาปนาขึ้น สง่างาม สวยงาม เป็นวัดใหม่ที่มีขนาดเล็ก ขนาดจิ๋ว แบบจิ๋วแต่แจ๋ว แบบเล็กพริกขี้หนู ที่มีกิจกรรมทางสังคมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งงานสร้างวัด งานสร้างคน งานสร้างกิจกรรม ผสมผสานบูรณาการเป็นหนึ่งเดียว ราวปาฏิหาริย์ ในฐานะที่เป็นพระธรรมทูต พระธรรมจาริก พระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา และพระนักพัฒนา ที่มีความรู้ในกระบวนการทำงาน เรื่องการคิด การทำแผนงาน แผนปฏิบัติงาน เรามักถูกอบรมให้มองไปข้างหน้า มองกว้างๆ มองไกลๆ (หรือเรียกว่าวิสัยทัศน์) บางสำนักสอนเพิ่มเติมไปอีกว่า ก่อนมองไปข้างหน้า ให้ทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา บทเรียนเดิม บทเรียนข้างหลังด้วย เพื่อเป็นฐานคิดการทำงานที่มั่งคง เป็นฐานคิดสำหรับทำแผนงานที่ชัดเจนในอนาคต และจักเป็นการวางแผนการทำงานเชิงกลยุทธ์ที่มีฐานคิด โดยการนำบทเรียนจากอดีตมาเป็นฐานคิดการทำงานในปัจจุบันและอนาคต จึงจำเป็นอยู่เองที่เราจะต้องเหลียวไปข้างหลัง เพื่อแลไปข้างหน้า อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนและตรงเปะ วันนี้พอเจียดเวลาเหลียวไปข้างหลัง เห็นความงดงามที่เราทิ้งไว้มากมาย เป็นความทรงจำที่ดีงาม ทั้งตัวหนังสือและภาพถ่าย ขอบคุณทุกเรื่องราว ขอบคุณทุกดวงใจที่หล่อหลอมกันมา จนเป็นสังฆวิหาร เพื่อการพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จากการประมวลภาพแห่งความทรงจำดีๆ ในดีต ที่ถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องราวด้วยตัวหนังสือก็ดี เป็นภาพถ่ายก็ดี ล้วนเป็นความทรงจำที่ทรงคุณค่า และเพื่อให้สาธุชนทุกท่านได้ทบทวนบุญ เพื่อให้รู้สึกปลื้มในบุญในกุศลที่ร่วมกันสร้าง ร่วมกันบำเพ็ญตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติสังฆกรณียกิจน้อยใหญ่ ตามหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การทำงานของวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร ที่ว่า ยุทธศาสตร์ ธรรมจาริกสังฆวิหาร องค์แห่งความสุข และ ยุทธศาสตร์ วัดนี้ดีจัง มีบทความและงานเขียนที่เคยเรียบเรียงมาแล้วทั้งตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ ในเฟสบุ๊ค และเว็บไซต์ จึงจะไม่ขอสาธยายให้มากความในบรรพนี้ งานพระธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล ประประกอบไปด้วยภารกิจหลัก ๔ ประการคือ (๑)เผยแผ่พระพุทธศาสนา (๒) ประสานและพัฒนาสังคม (๓) อบรมธรรมะ สารสนเทศ และวิชาการ (4) บริหารสัปปายะสถาน หากจะจัดหมวดกิจกรรมตามอย่างนักวิชาการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา ก็สามารถเอาศาสนกิจมาสงเคราะห์ลงตามหมวดต่างๆ ทั้ง ๔ หมวดนี้ เพื่อความกระชับ และสามารถทำได้ครอบคลุมทุกหมวดจากการปฏิบัติการจริง อย่างไรก็ตามเรามีวิสัยทัศน์การปฏิบัติสังฆกรณียกิจในต่างประเทศ เพื่อเป็นทิศทางของการปฏิบัติสังฆกรณียกิจน้อยใหญ่นั้น ว่า “สร้างสรรค์สังฆะ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย” สรุปความสั้นๆ คือ สร้างคน เพื่อให้คนมาสร้างชาติ ประกอบด้วย ๒ ยุทธศาสตร์ คือ (๑) ยุทธศาสตร์ องค์กรแห่งความสุข คนเราถ้าทำอะไรแล้วมีความสุข เขาก็อยากทำเรื่อยๆ ทำต่อเนื่องไปจนจบกระบวนการ ถ้าองค์กรเราเป็นองค์กรแห่งความสุข ย่อมจะไม่ลาร้าง จากปิยมิตร กัลยาณมิตร และทีมงานแน่นอน (๒) ยุทธศาสตร์ วัดนี้ดีจัง หากวัดเรามีความพร้อมในการอำนวยประโยชน์สู่สาธารณชนและมวลมนุษยชาติ ด้วยการสร้างธรรมสถานให้เป็นฐานที่มั่น เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งด้านปัจจัยสี่ และสัปปายะ เมื่อผู้คนเห็นและประจักษ์แจ้ง และอุทานว่า วัดนี้ดีจัง อารามนี้ดีจัง อารามนี้สะอาดจัง จักนำมาซึ่งพลังงานต่างๆ อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์ มีภารกิจ ๔ ประการ คือ (๑) มุ่งเผยแผ่พระพุทธศาสนา (๒) มุ่งประสานและพัฒนาสังคม (๓)มุ่งอบรมธรรมะ สารสนเทศ และวิชาการ (๔) มุ่งบริหารองค์กรแห่งความสุข ซึ่งภารกิจทั้ง ๔ ประการนี้สามารถมีกิจกรรมได้มากมายหลายโครงการ ตามความรู้ ความสามารถของผู้นำ ดังจะประมวลเป็นแผนงานและโครงการต่อไปนี้ ………สิ่งที่น่าสังเกตในการปฏิบัติสังฆกรณียกิจของคณะสงฆ์ คือ เริ่มที่ตัวพระสงฆ์ จักต้องมีภูมิรู้ ภูมิธรรมจริงๆ สามารถครองคน ครองคน ครองงาน กำกับ กำชับการทำงานของคณะทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีภาวะผู้นำ ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ มีแผนงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม สร้างการมีส่วนร่วมร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน ร่วมรับผล มีทักษะการทำงานทุกมิติ ทักษะในการคิด ทักษะในการพูดการแสดงธรรม ทักษะในการเขียนงาน นำเสนอผลงานทางวิชาการ ทักษะในการประสานงานกับกลุ่มคน สมาคม ชมรมต่างๆ สามารถนำเสนอเรื่องราวข่าวสารให้เป็นปัจจุบัน ย้ำคิดย้ำทำ ต่อเนื่อง ทุกวัน ณ ธรรมสถาน วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มีกิจกรรมเกลานิสัย สร้างเสริมลักษณะนิสัย หลังทำวัตรเช้า และทำภัตกิจเช้าแล้วก็ลงกวาดตาด กวาดวิหารลานธรรม กิจวัตรประจำวันที่เคยปฏิบัติมาทุกวันไม่ขาด พอได้นั่งพักก็เอาโทรศัพท์มาพิมพ์งาน ทบทวนงาน วางแผนงาน คิดได้ตอนไหนก็พิมพ์ตอนนั้น คือเมื่อคิดได้ คิดออก ก็ทำทันที พิมพ์ทันทีเดี๋ยวลืม ยิ่งอายุมากขึ้น การขยับขับเคลื่อนก็ช้าลง ฉะนั้น ทุกสถานที่ ทุกเวล่ำเวลา ทุกสถานการณ์คือการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย Non formal Education “ ต่อยอดจากเมื่อคืนนั่งดูหนังสืออนุสรณ์ “ธรรมจาริกสังฆวิหาร ร่องรอยแห่งความดีงาม” ก็เรียบเรียงเรื่องราวย้อนหลังไป 6 ปี การปฏิบัติสังฆกรณียกิจในต่างประเทศ ก่อนการสถาปนาวัดไทยสุชาดาฯ ระหว่างการสถาปนาวัดไทยสุชาดาฯ และแนวโน้มทิศทางในอนาคตกาล จะเป็นอย่างไร ในฐานะที่เคยทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายแผนงานและโครงการ สำนักงานพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาค วัดศรีโสดา พระอารามหลวง มานานถึง 18 ปี การมาปฏิบัติสังฆกรณียกิจ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ด้วยสานปณิธานพระมหาเถระที่มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์พระธรรมจาริกในประเทศไทย การตอบแทนบุญคุณด้วยการสานต่อปณิธานจึงริเริ่มขึ้นดังที่เห็นและเป็นไปด้วยประการ ฉะนี้แล
……………………………………….
ในห้วงระยะเวลา 6 ปี ความสำเร็จของวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริกลอสแองเจลิส นั่น มีปัจจัยหลายอย่าง หลายมิติ แต่วันนี้จะพูดมิติแรก คือ บุคคลผู้เป็นคณะทำงาน จะเป็นหัวหน้าก็ดี ทีมงานในตำแหน่งใดใด ขององค์กรก็ดี โดยเฉพาะพระสงฆ์ ผู้เป็นพระนักเผยแผ่ พระธรรมจาริก พระธรรมทูต ต้องมีคุณลักษณะดังนี้ ….”คุณวุฒิ “…ศึกษามามากหลายศาสตร์ หลายแขนง รู้หลบเป็นปีก รูหลีกเป็นหาง รู้อะไรควร อะไรไม่ควร รู้ผ่อนสั่นผ่อนยาว และที่สำคัญคือมีประสบการณ์ในการปฏิบัติศาสนกิจกับทุกกลุ่มคน … “วัยวุฒิ”… อายุ พรรษากาล สมเหตุสมผล สมควร พอจะสร้างศรัทธาประสาทะให้น่าเลื่อมใส มีความสุขุม รอบคอบ เยือกเย็น ไม่วู่วาม ไม่หวั่นไหว และ …“ชาติวุฒิ”…คือ พื้นภูมิ ต้นสังกัด ตำแหน่งหน้าที่การงานเดิม และหน้าที่การงานปัจจุบัน มีที่มาที่ไป มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ……………………………………………..
ถึงจะไม่สมบูรณ์พร้อม แต่ก็ควรมีแบบเพียบพร้อม บุคลากรที่มาปฏิบัติศาสนกิจควรเป็นบุลากรคุณภาพ คือ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น …รู้กิจวัตร… โดยเฉพาะวัตร 14 ของความเป็นพระ วันหนึ่งๆ เดือนหนึ่งๆ สามารถปฏิบัติวัตรได้ไม่ขาด สอนตน ควบคุมตน บอกตนในการทำวัตร ก็บอกคนอื่น สอนคนอื่นได้อย่างสง่างาม อาทิ เสนาสนะวัตร อาคันตุกะวัตร วัจกุฎีวัตร …“รู้กิจกรรม”…วัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร เป็นวัดใหม่ที่มีกิจกรรมดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา กิจกรรมการพัฒนาสังคม กิจกรรมการอบรม กิจกรรมการจัดสถานที่ให้เรียบร้อยสวยงาม เป็นสัปปายะตามหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล ส่งเสริมความเป็นไทย เทศน์มหาชาติ แสดงพระธรรมเทศนา เจริญพระพุทธมนต์ บุคลากรคุณภาพต้องรู้กระบวนงาน สานต่อกิจกรรมเพื่อสร้างศรัทธา โน้มน้าวศรัทธาให้เกิด ให้มี ให้เจริญขึ้นด้วยกิจกรรมและกระบวนงานต่างๆ …“รู้กิจการ” … คือ รู้นโยบาย ของวัดและของมูลนิธิ ว่าด้วยการสร้างสรรค์สังฆะเพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย และรู้ปณิธานตามหลักการธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล รู้แผนงานระยะสั่น ระยะยาว รู้วิสัยทัศน์ พันธกิจ สามารถใช้ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเป็นศาสตร์และเป็นศิลป์ เมื่อตัวพระสงฆ์มีศักยภาพดังที่พรรณนามานี้ ก็จะทำให้มีทีมงานที่เข้มแข็ง มอบหมายงาน ติดตามงาน ให้ขวัญและกำลังใจ มีการประชุมเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง หรืออาจจะประชุมผ่านไลน์ แมสเสจ ซูม หรือการโทรศัพท์ เยี่ยมยามถามข่าวซึ่งกันและกัน นอกจากทีมงานที่เข้มแข็งแล้ว ต้องสร้างศักยภาพในการระดมทุน ระดมทรัพยากร อาทิ ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรงบประมาณ ทรัพยากรเทคโนโลยี ทรัพยากรสื่อสารสนเทศ ทรัพยากรสถานที่ เป็นต้น บทเรียนแห่งความดีงาม จากการปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ จำเพาะ ณ ธรรมสถาน โครงการสร้างวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร(ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมจาริกสังฆวิหาร) มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส และมูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร (ในประเทศไทย) ณ เมือง Sun Valley California เรามีหลักการทำงานตามหลักธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล คือ (๑)สร้างองค์กรให้น่าเชื่อถือ (๒) มีสื่อสารสนเทศที่สร้างสรรค์ (๓) ประสานสัมพันธ์กัลยาณมิตร (๔) มีกิจกรรมให้ต่อเนื่อง” หากจะประมวลภาพรวมของศาสนกิจที่นี่แบ่งได้เป็น 4 หมวด คือ (1) งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา (2) งานประสานและพัฒนาสังคม (3) งานอบรมธรรมมะ และวิชาการ และ(4) งานบริหารองค์กร รวมเรียกว่า “”ธรรมจาริกสังฆวิหารโมเดล” แต่หากย่นย่องานลงให้สั้นๆ ก็แบ่งเป็น 3 หมวด คือ งานสนาม งานวิชาการ และงานบริหาร … (1) งานสนาม (นวกรรม) คือ งานโยธา ถือเป็นวัตรปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ อาทิ การซ่อมบำรุง งานเก็บกวาด เช็ดถู ตกแต่งธรรมสถานให้ร่มรื่น และเหมาะแก่การเป็นสถานแห่งการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ วิถีธรรม วิถีไทย เป็นต้น … (2) งานวิชาการ (วรรณกรรม) คือ งานที่ต้องใช้ความคิด สมาธิ สติ ที่รวบรวมประสบการณ์ บทเรียนแต่ละวันมาจัดทำเป็นสารสนเทศทางวิชาการเผยแพร่แก่สาธารณชน อาทิ สรุปบัญชี ตัดต่อกราฟฟิก ประมวลกิจกรรม การเขียนข่าว รายงานข่าวผ่านไลน์ Facebook website การเก็บภาพ ประมวลภาพ ต่างๆ และการบันทึกจดหมายเหตุ เป็นต้น ….(3) งานบริหาร คือการขับเคลื่อนองค์กรด้วยศาสตร์และศิลป์ บริหารงาน บริหารกิจกรรม บริหารเงิน งบประมาณ บริหารคน บริหารเทคโนโลยี อาทิ การนัดประชุม การพิมพ์งาน การรายงาน การมอบหมายงานเป็นต้น คนน้อยๆ ปัญหาย่อมน้อยตาม คนมาก ปัญหาย่อมมากตาม แต่คนน้อยๆ ต้องเป็นคนคุณภาพจริงๆ คนคุณภาพ หมายถึง คน ที่พรั่งพร้อมด้วยทักษะ เทคนิค และอุดมการณ์ในการทำงาน เมื่อคนมีคุณภาพแล้ว งานย่อมมีคุณภาพตามด้วย ถึงแม้จะมีน้อยคนแต่ก็ทำให้งานขับเคลื่อนไปได้ด้วยความเป็น “คนคุณภาพ” อันว่าการทำงานกับคน จำต้องมีศาสตร์และศิลป์อย่างลึกซึ้ง อาศัยความรู้ อาศัยบารมี ที่สั่งสมมาจึงจะกล่อมเกลาเหลาให้แหลมได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นปาฏิหาริย์แห่งธรรม(ทำ) ที่คณะสงฆ์ คณะอุบาสก อุบาสิกา คณะทำงานวัดไทยสุชาดาธรรมจาริกสังฆวิหาร มูลนิธิพระธรรมจาริก ลอสแองเจลิส มูลนิธิพระธรรมจาริกสังฆวิหาร ร่วมกันสร้างสรรค์ปาฏิหาริย์ อย่างปาฏิหาริย์ ที่มีปาฏิหาริย์จากการลงมือทำ เพื่อธรรม อันเป็นอนุสรณ์ เป็นร่องรอยแห่งความดีงามไปตราบนานเท่านาน



